ภาพยนตร์ Watchmen ที่สร้างจากนิยาย

Watchmen ภาพยนตร์สร้างจากนิยาย

Watchmen

Watchmen ภาพยนตร์สร้างจากนิยาย ภาพ เรื่องเดียวกัน ของ อลัน มัวร์ ที่ มี ทั้งหมด 12 ตอน ตาม จำนวน

ชั่วโมง บน หน้าปัด นาฬิกา และก็ ใช้เป็น เครื่องหมาย ที่ สำคัญ ของ เรื่อง เป็น เข็มติดเสื้อ หน้า ยิ้ม ที่มีรอย

คราบเลือด เลอะเทอะ คล้ายกับ นาฬิกา ที่ มี เข็มนาฬิกา ชี้บอก เวลา ส่วนตัวภาพยนตร์ ถูกทำ โดย Zack

Snyder ผู้เคย ฝาก ผลงาน มา แล้ว จาก เรื่อง 300 รวมทั้ง ใน เรื่อง ก็ ใส่ คำพูดตลก เล็กๆ เอาไว้ใน ห้อง ที่

เกิดอาชญากรรม ที่มาของเรื่องมี ลำดับที่ห้อง ว่า 300 บางครั้งอาจจะ เป็นการเตือนให้คนดู รู้ดีว่า เป็น ผู้ผลิต ผู้

เดียว กัน

Watchmen เริ่มเรื่อง หลังจากกลุ่ม Watchmen มีหน้าที่ ใน สังคม อเมริกันตอนทศวรรษ ที่ 40 ถึง ปลาย

ทศวรรษ ที่ 70 แล้วก็ เมื่อ ข้อบังคับ Keene Act ได้ ออกมา ใน ปี 1977 ความ เป็น วีรบุรุษ ที่ ใส่หน้ากาก ก็

เป็น ของผิดกฎหมาย คนที่ เป็นWatchmen ส่งผ่าน รุ่น สู่ รุ่น มี อีกทั้ง เสียชีวิต เลิก เป็น วีรบุรุษ แล้วก็ ไป มี

ชีวิตแบบ อื่น เรื่องราว ที่ สำคัญ ช่วงต้น เรื่อง กำเนิด เมื่อ คอม เมเดี้ยน(Comedian)หนึ่ง ใน วีรบุรุษ ของ

กรรมวิธี Watchmen ถูกฆ่าตาย ใน ที่พัก ของ เข้า ด้วย การเช็ด กกระแทก ตกลง มาจาก อาคาร จำนวนมาก

มั่นใจว่า เป็นการ อาชญากรรมปกติ เพราะเหตุว่า คอม เมเดี้ย นมี ศัตรู มากมายก่ายกอง จาก นิสัย ส่วนตัว ของ

เขาเอง รวมทั้ง อีกส่วนใดส่วนหนึ่ง จาก การ ที่ ไป ปฏิบัติงาน ด้าน สงคราม ให้กับรัฐบาล จึง อาจมีศัตรูตาม ฆ่า

ในเวลาเดียวกันก็เกิดนาฬิกาลึกลับที่เป็นตัวแทนของการถอยหลังเข้าสู่สงครามนิวเคลียร์ที่จะส่งผลต่อการ

ทำลายล้างโลกอย่างสูง เหตุการณ์ทั้งสองเป็นที่สงสัยของรอร์แชคอีกหนึ่งของWatchmenที่ซ่อนเร้นอยู่ใน

สังคมภายใต้หน้ากากที่เปลี่ยนแปลงไปตามอารมณ์ รอร์แชคไม่เชื่อเป็นว่าการตายของคอมเมเดี้ยนเป็นการฆ่า

ธรรมดา น่าจะโยงใยถึงนาฬิกาที่บอกถึงการสิ้นโลก และไปปรึกษาและเตือนฮีโร่คนอื่นๆคือ ดร.แมนฮัตตั้น,

ซิลค์ สเปคเตอร์ รุ่น 2,  ออสเมนเดียส และไนท์ฮาว แต่ไม่ใครเชื่อว่ามีเบื้องหลังการตายของคอมเมเดี้ยน จน

รอร์แชคต้องตามสืบหาความจริงและค้นเจอความลับที่น่ากลัวกว่าที่คิด

>>> ดูหนังใหม่ออนไลน์ฟรี <<<

ภาพยนตร์ไม่เพียงเดินเรื่องตามนิยายภาพต้นฉบับตามกล่าวอ้างของแฟน Watchmen แต่ในภาพยนตร์เรื่องนี้

ได้สะท้อนภาพชีวิตของชาวอเมริกันผ่านบุคลิกของตัวละครเอกแต่ละตัวในเรื่อง ดร.แมนฮัตตั้น หนึ่งเดียวของ

ฮีโร่ที่มีพลังพิเศษเหนือมนุษย์ในเรื่อง ในขณะที่คนอื่นๆเป็นแค่มนุษย์ธรรมดา ภาพสะท้อนของดร.แมนฮัตตั้นคง

ไม่ต่างจากการพัฒนาเทคโนโลยี่ของประเทศสหรัฐอเมริกาเองทั้งเทคโนโลยี่ที่มีอยู่ในปัจจุบันและต้องการมีใน

อนาคต ไม่ว่าจะเป็นความสามารถทางด้านนิวเคลียร์ ความสามารถในรู้อดีตและการทำนายอนาคต การเคลื่อน

ย้ายมวลสารจากที่หนึ่งไปที่หนึ่งที่เรียกว่า teleport(จริงๆแล้วอาจขึ้นแล้ว Internetนับว่าเป็นการย่อโลกให้เล็ก

ลง คนไปไหนมาไหนโดยตัวตนในโลกไซเบอร์) จนอาจจะกล่าวว่าดร.แมนฮัตตั้นเปรียบเหมือนเป็นพระเจ้าเลยที

เดียว ในเรื่องไม่เพียงแต่บอกว่าเขาคือจุดเริ่มต้นของพัฒนานิวเคลียร์เท่านั้น แต่ยังเป็นจุดถ่วงดุลอำนาจของ

สองประเทศนิวเคลียร์อย่างโซเวียตและสหรัฐฯจนไม่กล้าเปิดศึกกัน และตัวดร.แมนฮัตตั้นยังบ่งบอกถึง

เทคโนโลยี่ด้านอื่นๆอีกไม่ว่าจะเป็นความสามารถในการขึ้นไปอวกาศทั้งดวงจันทร์ ดาวอังคาร สร้างฐานทัพที่

ดาวอังคาร รวมทั้งยังเป็นเทคโนโลยี่ที่สร้างความสุขทางเพศแต่ไร้อารมณ์อีกด้วย ในขณะที่คอมเมเดี้ยนเป็น

เหมือนสัญชาตญาณของผู้บริหารประเทศในการก่อสงครามกับประเทศอื่น คอมเมเดี้ยนมีนิสัยชอบทำสงคราม

เป็นนิสัย ความบ้าสงครามส่งผลต่อการฆ่าไม่เลือกหน้ารวมทั้งการยิงภรรยาท้องแก่ชาวเวียดนามของเขาหลัง

สงครามเวียดนามเสร็จสิ้น คอมเมเดี้ยนไม่ต่างจากบุคลิกของสหรัฐอเมริกาที่ส่งกองทัพเข้าไปทำศึกตั้งแต่ใน

อดีตจนปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นสงครามเวียดนามจนถึงสงคารมในแถบตะวันออกกลาง บางที่ดร.แมนฮัตตั้นกับคอม

เมเดี้ยนเป็นสองบุคลิกของชนชั้นนำของอเมริกันที่โลกได้เห็นอยู่เป็นประจำ

เมื่อมองถึงฮีโร่อีกคน ออสเมนเดียสซึ่งวางมือจากการเป็น Watchmen มาเป็นนักธุรกิจและความเฉียบแหลม

ของเขาสร้างตัวเองจนมีอาณาจักรธุรกิจที่มั่งคั่ง ออสเมนเดียสถูกกล่าวว่าเป็นคนที่ฉลาดที่สุดในโลกเหมือน

ประเทศหนึ่งที่อ้างอยู่เสมอ ในบางตอนออสเมนเดียสในคราบนักธุรกิจเอ่ยกับนักธุรกิจคนอื่นว่าตนเองสามารถ

ซื้อธุรกิจของคนอื่นได้อย่างสบาย ออสเมนเดียสจึงไม่ต่างจากภาพลักษณ์ของนักธุรกิจชาวอเมริกันในปัจจุบันที่

สร้างกฎระเบียบทางธุรกิจไปทั่วโลก เป็นบุคลิกการรุกรานประเทศอื่นแบบใหม่ที่ใช้ธุรกิจเป็นตัวนำแทนบุคลิก

ของคอมเมเดี้ยนที่ใช้กองทัพทางทหารเข้าห้ำหั่น สมการของสามฮีโร่แรกจึงอาจหมายถึง ดร.แมนฮัตตั้น+ออส

เมนเดียส+คอมเมเดี้ยน=เทคโนโลยี่+ทุนทางเศรษฐกิจ+กำลังทหาร ก็เป็นสิ่งที่สหรัฐอเมริกาใช้เป็นกลยุทธ์ใน

การสร้างระเบียบของโลกตั้งแต่อดีตมาจนปัจจุบันในบทบาทของตำรวจโลก อย่างไรก็ตามภาพลักษณ์ภายนอก

กลับขัดแย้งกับอีกสามฮีโร่ที่เหลือที่บ่งบอกถึงสังคมที่ล้มเหลวภายในประเทศอเมริกาเอง

รอร์แชคมีภาพที่โหดร้ายในวัยเด็กมีครอบครัวที่พ่อใช้ความรุนแรงกับแม่และลูก ซึ่งเราเห็นอยู่มากมายในภาพ

ยนตร์จากฮอลลี่วู๊ดทั่วไป รอร์แชคไม่เพียงต่อต้านสังคมแต่ยังใช้ความรุนแรงตอบโต้ต่อสังคมด้วยแม้ในเรื่องจะมี

บทบาทอย่างมากแต่ภาพของรอร์แชคก็โหดร้ายและขัดแย้งต่อการเป็นฮีโร่ของเขาอย่างมาก ซิลค์ สเปคเตอร์

รุ่น 2 เป็นลูกสาวของซิลค์ สเปคเตอร์รุ่นหนึ่งที่เลิกการเป็น Watchmen เพื่อแต่งงานมีครอบครัวแต่ก็พบกับชีวิต

ของคนทั่วไป การทะเลาะเบาะแว้งแบบสามีภรรยาทุกคู่ ความต้องการทางเพศที่ผิดศีลธรรม ตัวของซิลค์ สเปค

เตอร์รุ่น 2 เองก็รับรับมรดกนั้นมาไม่มากก็น้อย ในขณะที่ไนท์ฮาวเองอาจจะไม่มีความโดดเด่นในแง่บุคลิกมาก

นัก แต่ก็สะท้อนให้เห็นลักษณะของคงอเมริกันอีกกลุ่มที่ไม่มีใส่ใจกับชีวิตมากนัก เรื่อยเปื่อยไปวันๆ เนื่องจากมี

มรดกตกทอดจากพ่อมาเยอะไม่ต่างจากสังคมอเมริกันว่างงานที่มุ่งแต่รับสวัสดิการรัฐบาลไปวันๆเช่นกัน ภาพ

ของสังคมของสามฮีโร่เต็มไปด้วยอาชญกรรม แหล่งโสเภณี และอาชญากรรมในประเทศอย่างมากมาย  สมการ

ของสามฮีโร่ที่เหลือจึงเป็น รอร์แชค+ซิลค์สเปคเตอร์+ไนท์ฮาว = ครอบครัวที่แตกแยก,ความรุนแรงใน

สังคม+ศีลธรรมที่เสื่อมโทรม+สังคมที่ไม่ทุกข์ร้อน ซึ่งเป็นปัญหาร้ายแรงไม่ต่างจากปัญหาสังคมในประเทศโลก

ที่สามทุกประการ

ภาพยนตร์เรื่อง Watchmen จึงสะท้อนความเป็นฮีโร่ที่ใส่หน้ากากของอเมริกาเองที่อ้างตัวเป็นตำรวจโลก ใช้

เหตุผลสร้างสันติภาพในการใช้กำลังทหารเข้าสู่สงคราม แต่เมื่อถอดหน้ากากออกมาสังคมเมริกันเองก็ป่วยไข้

จากปัญหาในประเทศเองไม่ว่าจะเป็น ปัญหาความรุนแรง ปัญหาครอบครัว ปัญหาอาชญากรรม และปัญหาอื่นๆ

อีกมากมาย บางทีคนอเมริกันอาจจะต้องการให้รัฐบาลสหรัฐอเมริกาดูแลสังคมตัวเองก่อนเป็นอันดับแรกก่อนที่

จะมุ่งไปแก้ปัญหาของประเทศ อย่างไรก็ตามเหตุผลของสันติภาพอาจเป็นข้ออ้างในเมื่อชนชั้นปกครองเองของ

สหรัฐอเมริกามีผลประโยชน์มากมายจากธุรกิจที่ตามมาจากการเกิดสงครามนั่นเอง ถ้าสังเกตในเรื่องจะมีฉาก

หลังของตึกแฝดเวิร์ดเทรดเซ็นเตอร์ให้เห็นอยู่บ่อยๆรวมทั้งตอนจบที่ค่อนข้างจะเน้นอย่างชัดเจน บางทีนี่เป็น

สัญลักษณ์ของความสูญเสียที่ผู้รักษาสันติภาพของโลกมักจะพูดอยู่บ่อยๆว่าการจะหยุดยั้งสงครามและสร้าง

สันติภาพให้เกิดขึ้นในโลกจำเป็นต้องสูญเสียบางอย่างซึ่งรวมถึงชีวิตคนบางส่วนแม้จะเป็นคนอเมริกันเองก็ตาม

ตึกแฝดเวิร์ดเทรดที่เห็นใน Watchmen จึงเป็นสัญลักษณ์ของการเสียดสีชนชั้นผู้นำที่ให้เหตุผลจอมปลอมของ

การเสียสละเพื่อสิ่งที่ดีกว่าอย่างสงครามที่ไร้เหตุผลเสียไม่ได้นั่นเอง

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *