หนัง Persepolis ที่สร้างจากการ์ตูนภาพอัตชีวประวัติ

Persepolis เป็นหนังสือการ์ตูนอัตชีวประวัติภาษาฝรั่งเศส

Persepolis

Persepolis เป็นหนังสือการ์ตูนอัตชีวประวัติภาษาฝรั่งเศส หนัง เรื่องนี้ สร้างขึ้นมาจาก การ์ตูน ภาพ

อัตชีวประวัติ ชื่อ เดียวกัน ของMarjane Satrapi นักแสดงหญิง ชาว ประเทศอิหร่าน ที่ เคลื่อนย้าย ไปพักพิง

อาศัยรวมทั้งดำเนินการ อยู่ ใน ประเทศฝรั่งเศส ข้างหลัง เจอ คำตอบ ว่า คุณไม่อาจจะ ดำรงชีวิต ในประเทศ

ถิ่นฐานบ้านช่อง ของตน ได้อีกต่อไป แล้ว โดยเธอได้เล่าราวชีวิต ใน ตอน แปลงผ่าน วัย จากวัยเด็กสู่วัยสาว

และก็จากวัยสาว สู่ วัยผู้ใหญ่ ภายใต้ บรรยากาศ ความเคลื่อนไหว ทางเมือง ของ ประเทศอิหร่าน อันเป็นต้น

เหตุ สำคัญให้คุณ จะต้อง ระ หก ระเหระหน ไป อาศัยอยู่ ใน ต่างถิ่นตรงเวลา หลายขวบปี ซึ่งใน Persepolis

ฉบับหนังนี้ Marjane Satrapi ก็ได้โอกาสได้รับ หน้าที่ เป็น ผู้กำกับร่วมกับ Vincent Paronnaud เพื่อนพ้องนัก

เขียนการ์ตูน ชาว ประเทศฝรั่งเศส อีก คน

>>> ดูหนังออนไลน์ <<<

เริ่มต้นเรื่องราวในช่วงเวลาปัจจุบัน ขณะที่ Marjane ในวัยผู้ใหญ่กำลังนั่งรอโดยสารเครื่องบินอยู่ภายในสนาม

บินแห่งหนึ่งของฝรั่งเศส เธอได้หวนรำลึกถึงความหลังเมื่อครั้งยังเป็นเด็กหญิงวัยแปดขวบที่อาศัยอยู่กับพ่อแม่

และยาย ณ กรุงเตหะรานในช่วงปี ค.ศ. 1978  ตอนนั้น Marjane ยังเป็นเพียงเด็กสาวช่างพูดช่างจา และด้วย

ความที่ครอบครัวของเธออยู่ในกลุ่มปัญญาชนหัวก้าวหน้า Marjane จึงมีบุคลิกกล้าคิดกล้าแสดงออกตามอย่าง

บิดามารดาของเธอไปด้วย กระทั่งเกิดการประท้วงครั้งใหญ่ในปีต่อมาโดยกลุ่มมุสลิมเคร่งศาสนาซึ่งไม่พอใจที่

กษัตริย์ชาห์ทรงดำริจะสร้างความก้าวหน้าของประเทศด้วยการหันไปพึ่งพาชาวต่างชาติเพื่อแลกกับทรัพยากร

น้ำมัน เหตุการณ์นี้จึงนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญเมื่อกลุ่มมุสลิมหัวอนุรักษ์สามารถขับไล่

กษัตริย์ชาห์ลงจากบัลลังก์ แถมยังได้รับคะแนนเสียงจากประชาชนส่วนใหญ่ให้ขึ้นมาบริหารประเทศด้วยการ

สถาปนาเป็นสาธารณรัฐอิสลาม ความเปลี่ยนแปลงอันนี้เองที่เป็นต้นตอของสงครามอิหร่าน-อิรักอันยืดเยื้อเมื่อ

ซัดดัม ฮุสเซน ใช้จังหวะในช่วงที่อิหร่านมีการเปลี่ยนผู้นำมาเป็นโอกาสในการเข้าโจมตีด้วยขีปนาวุธ ครอบครัว

ของ Marjane จึงไม่เพียงแต่จะต้องเผชิญหน้ากับมาตรการทางศาสนาอันเคร่งครัด อย่างการบังคับให้สตรีต้อง

สวมผ้าคลุมศีรษะขณะอยู่ในที่สาธารณะเท่านั้น แต่พวกเขายังต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากกระสุนลูกระเบิดของ

ฝ่ายอิรักกันจนไม่สามารถอยู่ได้อย่างเป็นสุขอีกด้วย เมื่อหันไปทางไหนก็เจอแต่ภยันตราย สุดท้ายครอบครัว

ของ Marjane จึงตัดสินใจส่งเธอไปเรียนต่อ ณ กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ซึ่งก็เป็นครั้งแรกที่ Marjane จะ

ได้เผชิญชีวิตในโลกตะวันตกตามลำพัง . . .

จุดเด่นของเรื่องราวใน Persepolis คงจะอยู่ที่การแจกแจงรายละเอียดทางความรู้สึกในแต่ละช่วงวัยของ

Marjane ได้อย่างมีสีสัน จนคนดูสามารถมองเห็นการเติบโตของ Marjane ในแต่ละขั้นได้อย่างแจ่มชัด เริ่มกัน

ตั้งแต่ความอ่อนวัยไม่รู้เดียงสาของ Marjane ในวัยเด็ก ที่แม้ว่าเธอจะช่างฉอเลาะเจ๊าะแจ๊ะถึงเพียงไหน แต่ใน

ความเป็นจริงแล้วเธอกลับไม่ได้เข้าอกเข้าใจอะไร ๆ ที่เกิดขึ้นรอบ ๆ ตัวเลย  Marjane ในวัยแปดขวบจึงยังคง

เป็นเด็กน้อยที่พร้อมจะคล้อยตามปากคำของผู้ใหญ่ได้ในทันทีที่ได้รับข้อมูลใหม่ จากเดิมที่เธอเลือกจะเข้าข้าง

กษัตริย์ชาห์เพราะเธอถูกสั่งสอนมาจากโรงเรียนว่าพระองค์ทรงถูกเลือกโดยพระเจ้าจากเบื้องบน แต่เมื่อพ่อของ

เธอเล่าเรื่องราวตื้นลึกหนาบางโดยเฉพาะการหันหน้าไปเข้าข้างฝรั่งมังค่าให้ Marjane ฟัง เธอก็พร้อมที่จะลุก

ขึ้นมาชูป้ายขับไล่กษัตริย์ชาห์ร่วมกับผู้ประท้วงรายอื่น ๆ ได้ในทันใด! หนำซ้ำเธอยังเลียนแบบพฤติกรรมรุนแรง

ของผู้ใหญ่ด้วยการปลุกระดมพรรคพวกวัยเดียวกันให้เอาตะปูไปตะบันหน้าเด็กชายที่เธอสืบรู้มาว่าเป็นทายาท

ของพวกที่เคยสวามิภักดิ์ต่อกษัตริย์ชาห์ที่เธอจงชัง! แถมยังรู้สึกภาคภูมิใจเมื่อได้รู้ว่าญาติของเธอถูกจำคุกใน

ข้อหาคอมมิวนิสต์ถึง 9 ปีด้วยความที่เคยถูกกล่อมให้หลงเชื่อว่านักโทษการเมืองนั้นคือวีรบุรุษ! เรื่องราวของ

Marjane ในช่วงวัยเด็กนี้จึงเป็นการสะท้อนถึงความอ่อนไหวในความนึกคิดของเหล่าเยาวชนได้อย่างน่าใจหาย

เพราะพวกเขาสามารถที่จะได้รับการปลูกฝังให้คิดอ่านอะไรอย่างไรหรือเข้าข้างฝ่ายไหนก็ได้ด้วยความไม่เดียง

สาต่อโลกอันซับซ้อนยอกย้อนสับสนจากความฉ้อฉลของบรรดาผู้ใหญ่โดยไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเลยจริง ๆ

แต่เมื่อ Marjane เริ่มเติบใหญ่จนเข้าสู่ช่วงวัยรุ่น เธอก็ดูจะไม่ได้สนอกสนใจในโลกอันวุ่นวายของพวกผู้ใหญ่อีก

ต่อไป เพราะในช่วงเวลานี้เธอกำลังได้รู้จักโลกใหม่ของการเป็นสาวใสวัย teen ที่เริ่มจะคลั่งไคล้หลงใหลใน

ดนตรีร็อคไปพร้อม ๆ กับการแอบชำเลืองมองหนุ่ม ๆ  ถึงแม้ว่าร่างกายของเธออาจจะมีผ้าฮิญาบคลุมทับในแบบ

ฉบับของหญิงอิหร่านอยู่ตลอดเวลา แต่หัวใจของ Marjane กลับโบกมืออำลาสัญชาติเดิมไปอยู่ในดินแดนใหม่

ที่ทุก ๆ คนที่ผ่านวัยคงจะได้ไปเยือนกันมาแล้วครั้งหนึ่งในชีวิต นั่นก็คือดินแดน Teenland โลกแห่งวัฒนธรรม

ใหม่ที่ไม่เคยปิดกั้นกันด้วยสัญชาติ ผู้นำทั้งหลายของดินแดนแห่งนี้จึงประกอบไปด้วย ABBA, Bee Gees,

Stevie Wonder, Julio Iglesias, Pink Floyd และ Iron Maiden! โดยมี Nike, Adidas เสื้อแจ็คเก็ตที่สกรีน

หลังว่า ‘Punk Is Not Ded’ และเข็มกลัด Thriller ของไมเคิล แจ็คสัน (ที่ Marjane ต้องแอบอ้างว่าเป็นเข็ม

กลัด Malcolm X!) เป็นเครื่องแต่งกายประจำชาติ ขนาดที่ถึงแม้ว่ารัฐบาลอิสลามของอิหร่านจะมองสิ่งเหล่านี้

เป็น ‘ความเสื่อม’ ต้องห้ามจากโลกตะวันตก แต่มีหรือที่พวกเขาจะสามารถหยุดหัวใจที่เต้นเป็นจังหวะร็อคของ

เหล่าวัยรุ่นหญิงชายในอิหร่านได้ เพราะพวกเขาสามารถหาซื้อเทปคาสเซ็ตต์เถื่อนผิดกฎหมายของนักร้องคน

และวงโปรดกันในตลาดมืดที่คนขายอาจจะหลงจำชื่อนักร้องดังอย่าง ไมเคิล แจ็คสัน เป็น ไจเคิล แม็คสัน ได้

ด้วยความไม่คุ้นเคย! โลกวัยรุ่นของ Marjane ในอิหร่านจึงเป็นโลกที่ไม่ได้แตกต่างจากวัยรุ่นที่ไหน ๆ บนโลก

ใบนี้เลย การย้ายโอนสัญชาติไปอยู่ในดินแดนใหม่ของ Marjane ในช่วงวัยรุ่นนี้เองที่ทำให้เธอรู้สึกว่าเธอ

สามารถมี ‘ตัวตน’ ได้โดยไม่จำเป็นต้องใช้อาศัยความเป็นคน ‘อิหร่าน’ อีกต่อไป

เรื่องราวจะชวนให้สะดุ้งสะเทือนมากขึ้น เมื่อ Marjane มีโอกาสได้ไปใช้ชีวิตในยุโรปซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้

เธอได้เปรียบเทียบความต่างเหมือนด้านวัฒนธรรมความเป็นอยู่และสำรวจรากเหง้าของตัวเองอย่างจริงจังเป็น

ครั้งแรก เธอรู้สึกแปลกใจเมื่อพบว่าเพื่อน ๆ ในกรุงเวียนนาแสดงความสนอกสนใจในชะตากรรมของประเทศเธอ

แถมยังแสดงท่าทีตื่นเต้นที่ Marjane เคยพบเห็นเหตุการณ์อันน่าสะเทือนใจเหล่านั้นด้วยตนเอง แต่เมื่อเธอเริ่ม

ต้องการจะสานสัมพันธ์กับเพศตรงข้าม ความอับอายในสัญชาติเดิมทำให้เธอต้องคอยโกหกใคร ๆ ว่าเธอเป็น

ชาวฝรั่งเศส ถึงขนาดต้องระบายความในใจกับ ‘เงา’ ของยายตัวเองในคืนหนึ่งว่า “ยายไม่รู้หรอกว่ามันอึดอัดแค่

ไหนที่จะต้องเป็นคนอิหร่าน ทุก ๆ คนมองเธอเป็นทายาทของชนชาติล้าหลังที่เอาแต่กราดเกรี้ยวหันหน้ามา

ทะเลาะเบาะแว้งกันเองอย่างไร้เหตุผล!” ซึ่งนับเป็นการแสดงความรู้สึกของเธอที่มีต่อรากเหง้าของตัวเองได้

อย่างแสบสันต์ชวนให้รู้สึกเจ็บปวดตามไปด้วย  แต่ยังไม่ทันที่ Marjane จะจบการศึกษาเธอก็ต้องเดินทางกลับ

มาพักรักษาตัวที่อิหร่านหลังตรวจพบอาการหลอดลมอักเสบเพราะบุหรี่ และที่กรุงเตหะรานนี้เองที่เธอจะได้เริ่ม

ต้นชีวิตใหม่หลังหายจากความป่วยไข้ ด้วยการลุกขึ้นมาเต้นแอโรบิกประกอบเพลง Eye of the Tiger ของวง

Survivor เพื่อเรียกกำลังใจก่อนจะไปสมัครเข้าเรียนศิลปะในวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ถึงแม้ว่าจะเธอจะต้องศึกษาผล

งาน The Birth of Venus ของ Sandro Botticelli ในฉบับถูกเซ็นเซอร์อวัยวะ และจะต้องนั่งวาดสรีระเพื่อนของ

เธอในชุดดำคลุมทั้งตัวก็ตาม! แต่สุดท้าย Marjane ก็ไม่อาจจะฝืนความเป็นจริงว่าเธอไม่สามารถจะอาศัยอยู่ใน

ดินแดนมาตุภูมิได้ เธอจึงต้องโยกย้ายมาทำงานเป็นนักวาดการ์ตูนในฝรั่งเศส จนกระทั่งได้มีโอกาสถ่ายทอด

ชีวิตของตัวเธอเองมาเป็นหนังเรื่องนี้ให้เราได้ดูชม . . .

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *