III-W1 เปิดเทรดวันแรกที่ 1.00 บาท โบรกฯให้กรอบ 0.431-0.876 บาท

III-W1 เปิดเทรดวันแรกที่ 1.00 บาท โบรกฯให้กรอบมูลค่า 0.431-0.876 บาท

III-W1 เปิดเทรดวันแรกที่ 1.00 บาท ขณะที่เมื่อเวลา 9.58 น.หุ้น III อยู่ที่ 4.46 บาท เพิ่มขึ้น 0.02 บาท (+0.45%) มูลค่าซื้อขาย 45,590 บาท โดยเปิดตลาดที่ 4.48 บาท ราคาขึ้นสูงสุด 4.48 บาท และราคาลงต่ำสุด 4.46 บาท

บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์ฯประเมินใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญของบมจ.ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ (III) ใช้ชื่อย่อว่า III-W1 ตาม Black-Scholes จะได้มูลค่าในกรอบ 0.530-0.431 บาท เมื่อราคาหุ้น III เคลื่อนไหวในกรอบ 4.58-4.30 บาท โดยมี Dividend yield 3.38%, Dilution effect 20.00%, Risk free rate 4.00%, Volatility 36% อ่านเพิ่มเติม

ผู้บริหาร MCOT เปิดเผยกรณีวงเงินเยียวยาคลื่น 2600 MHz

ผู้บริหาร MCOT แจงสหภาพฯกรณีวงเงินเยียวยาคลื่น 2600 MHz

นายเขมทัตต์ พลเดช กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท (MCOT) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ นายสุวิทย์ มิ่งมล ประธานสหภาพแรงงาน บมจ.อสมท ออกแถลงการณ์ ในประเด็นที่ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บมจ.อสมท ไม่รักษาผลประโยชน์ของ อสมท เกี่ยวกับวงเงินเยียวยาคลื่น 2600 MHz และไม่นำเสนอให้คณะกรรมการ บมจ. อสมท ให้ทราบนั้น ในฐานะที่ได้มอบหมายจากผู้ถือหุ้น ในการบริหารจัดการองค์กรเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดนั้น ขอชี้แจงให้ทราบข้อเท็จจริงเพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ถูกต้อง ดังนี้

1. ตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปี 2561 อสมท ได้ต่อสู้เรียกร้องสิทธิ์ในการประกอบกิจการมาโดยตลอด แต่ไม่สามารถประกอบกิจการจริงได้ เนื่องจากได้รับอนุญาตในเรื่องต่าง ๆ จากสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ไม่ครบถ้วน จนกระทั่งเดือนมกราคม 2562 อสมท สามารถเริ่มทำการทดลองประกอบกิจการเชิงพาณิชย์ได้ โดยมีบมจ.แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) หรือเอไอเอส และ บมจ.ทรูคอร์ปอเรชั่น (TRUE) เป็นพันธมิตรให้บริการโครงข่ายแล้ว แต่ในเดือนเมษายน 2562 กสทช. ก็ใช้อำนาจตามกฎหมายโดยมีมติเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน 2600 MHz เพื่อนำไปจัดสรรใหม่ในกิจการโทรคมนาคมเพราะสร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติและสังคมมากกว่าการใช้ในกิจการโทรทัศน์แบบเดิม

ในกระบวนการการเรียกคืนและการคำนวณมูลค่าชดเชยเยียวยา กสทช. ได้แต่งตั้ง คณะอนุกรรมการฯ อันประกอบด้วยตัวแทนจากหน่วยงานรัฐ 7 แห่ง ซึ่งมีความเป็นกลาง เป็นผู้พิจารณาเรื่องหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการทดแทน ชดใช้ หรือจ่ายค่าตอบแทนการเรียกคืนคลื่นความถี่

2. อสมท ได้จัดทำและจัดส่งข้อมูลต่างๆ ทั้งที่เป็นลายลักษณ์อักษรและเข้าชี้แจงเพิ่มเติมเป็นจำนวนหลายครั้ง ทั้งในชั้นการพิจารณาของที่ปรึกษาของ กสทช. และในชั้นการพิจารณาของคณะอนุกรรมการฯ ซึ่งหลักฐาน ข้อเท็จจริง และความเห็นของ อสมท ที่ได้เคยนำเสนอและให้การไปแล้วทั้งหมดนั้น ได้รวมถึงสัญญาต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประกอบกิจการ และมูลค่าความเสียหายและเสียโอกาสที่เกิดขึ้นจากการถูกเรียกคืนคลื่นความถี่ย่าน 2600 MHz โดยการจัดทำและนำเสนอข้อมูลต่าง ๆ ของ อสมท ต่อคณะอนุกรรมการฯ ถูกดำเนินการโดยบุคคลากรของ อสมท ที่มีความชำนาญและเป็นผู้รับผิดชอบต่อโครงการโดยตรง และกระทำอยู่ภายใต้อำนาจที่ได้รับมอบหมายมาจากคณะกรรมการ บมจ.อสมท ทั้งสิ้น อ่านเพิ่มเติม

ไทยพาณิชย์ วางขุมกำลังบุคลากรสาขา รองรับลูกค้าขอรับคำปรึกษาหลัง Covid-19

ไทยพาณิชย์ วางขุมกำลังบุคลากรสาขา รองรับลูกค้าขอรับคำปรึกษาหลัง Covid-19 คลี่คลาย

ไทยพาณิชย์ จัดกระบวนทัพพนักงานสาขา รองรับการให้คำปรึกษาการปรับโครงสร้างหนี้รวมทั้งเร่งพัฒนาระบบให้ลูกค้าสามารถติดต่อพักชำระหนี้ได้เองในระบบออนไลน์ เมื่อสถานการณ์ Covid-19 ดีขึ้น พบสาขาในห้างสรรพสินค้าที่กลับมาเปิดให้บริการเดือนพฤษภาคมหลังผ่อนคลายล็อกดาวน์ ลูกค้ากลับมาใช้บริการในสัดส่วนที่ใกล้เคียงก่อนช่วง Covid-19 ระบุสาขายังเป็นช่องทางนิยมสำหรับการฝากเงิน ชำระบิล และอัพเดทสมุดบัญชี ของลูกค้า

นายวิฑูรย์ พรสกุลวานิช รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด กลุ่มธุรกิจ Integrated Channels ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ด้วยมาตรการผ่อนคลายล็อกดาวน์ ส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจเริ่มทยอยเข้าสู่ช่วงสภาวะปกติ รวมถึงสาขาของธนาคารไทยพาณิชย์ที่ได้กลับมาเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา ธนาคารคาดว่าในระยะถัดไป ลูกค้าบุคคลและผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็ก จะใช้บริการสาขาในเรื่องการขอคำปรึกษาการวางแผนทางการเงิน ตลอดจนการขอรับคำปรึกษาการปรับโครงสร้างหนี้เพิ่มขึ้น จึงได้เตรียมความพร้อมบุคลากรสาขาที่มีความเชี่ยวชาญในการให้คำปรึกษา รวมถึงได้พัฒนาระบบให้ลูกค้าสามารถติดต่อพักชำระหนี้ได้เองผ่านระบบออนไลน์อีกด้วย
สำหรับธุรกรรมการเงินทั่วไปนั้น พนักงานสาขาของธนาคารได้ให้บริการแก่ลูกค้าอย่างต่อเนื่องพร้อมให้คำแนะนำในเรื่องการทำธุรกรรมออนไลน์ผ่านโมบายแบงก์กิ้ง SCB Easy ซึ่งลูกค้าสามารถทำรายการต่าง ๆ ได้ด้วยตัวเองทุกที่ทุกเวลาโดยที่ไม่ต้องเดินทางมาสาขา อาทิ การโอนเงิน การชำระค่าสินค้าและบริการ ซึ่งมีความสะดวกรวดเร็ว และไม่เสียค่าธรรมเนียม สำหรับลูกค้าใหม่ยังสามารถเปิดบัญชีเงินฝากได้ที่ 7-Eleven ซึ่งสามารถใช้บริการฝากถอนเงินได้เช่นกัน

ปัจจุบันสาขาของธนาคารทั่วประเทศ 908 แห่งพร้อมเปิดให้บริการแล้ว โดยแบ่งเป็นสาขาที่อยู่นอกห้างสรรพสินค้า (Stand Alone) 586 สาขา และสาขาในห้างสรรพสินค้า (In-Mall) 322 สาขา โดยพบว่า ภาพรวมของธุรกรรมทางการเงินต่าง ๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย รวมถึงการที่ธนาคารได้ดำเนินการตามมาตรฐานด้านสุขภาพอนามัยอย่างเคร่งครัด อ่านเพิ่มเติม

SCN ติดโซลาร์รูฟฯในร้าน “โอ้กะจู๋” เชียงใหม่ ขนาด 102.34 kWp

SCN รุกงาน EPC ติดโซลาร์รูฟฯในร้าน “โอ้กะจู๋” เชียงใหม่ ขนาด 102.34 kWp

นายฤทธี กิจพิพิธ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.สแกน อินเตอร์ (SCN) เปิดเผยว่า บริษัทได้เข้าติดตั้งและวางระบบ Solar Rooftop ให้ร้านอาหารสวนผัก “โอ้กะจู๋” (Ohkajhu) สาขาสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ขนาดติดตั้ง 102.34 kWp ด้วยอุดมการณ์เดียวกัน ลดมลพิษ รักสิ่งแวดล้อม

ปัจจุบันปัญหาในตัวเมืองใหญ่ๆ คงหนีไม่พ้นเรื่องของค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5 ซึ่งแพร่กระจายสู่วงกว้างอย่างรวดเร็ว ต้นเหตุหลักของปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากควันรถ การเผาไหม้ในภาคเกษตร การดำเนินงานภาคอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงที่ผ่านมาเขตภาคเหนือได้รับผลกระทบจากไฟป่าและหมอกควันบ่อยครั้ง อีกทั้งยังมีการเผาถ่านหินเพื่อนำมาใช้เป็นพลังงานไฟฟ้า จึงส่งผลให้ค่าฝุ่นละออง PM2.5 พุ่งสูงขึ้นทวีคูณ เกินมาตรฐานอย่างน่าตกใจ กระทบต่อสุขภาพของคนอย่างเลี่ยงไม่ได้

“จากการแพร่กระจายของ PM2.5 ยังคงมีความน่าเป็นห่วง SCN จึงไม่หยุดที่จะเดินหน้าขยายธุรกิจด้านพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อมุ่งเน้นให้เป็นธุรกิจพลังงานสะอาด เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยดำเนินธุรกิจบริการรับติดตั้งโครงการโซลาร์ รูฟท็อป แบบครบวงจร (Engineering, Procurement and Construction :EPC) ให้บริการครอบคลุมการออกแบบ ติดตั้ง รวมถึงดำเนินการซ่อมบำรุงระยะยาว” อ่านเพิ่มเติม

สสว. ผนึกพลัง ธพว. ช่วยเหลือเอสเอ็มอี คิกออฟสินเชื่อ“SMEs One”

สสว. ผนึกพลัง ธพว. ช่วยเหลือเอสเอ็มอี คิกออฟสินเชื่อ“SMEs One” เติมทุนดอกเบี้ย 1%ต่อปี เสริมสภาพคล่องพาธุรกิจอยู่รอด

สสว. จับมือ ธพว. ขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ช่วยเหลือเอสเอ็มอีรายย่อยเข้าถึงแหล่งเงินทุน คิกออฟสินเชื่อ “SMEs One” ดอกเบี้ยพิเศษเพียง 1% ต่อปี ปลอดชำระเงินต้น 12 เดือน ผ่อนนาน 7 ปี เสริมสภาพคล่อง พาธุรกิจอยู่รอดไปต่อได้ สามารถแจ้งความประสงค์ผ่านออนไลน์ คาดช่วยเอสเอ็มอี – รายย่อย เฉียด 5 พันราย เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจ 9.7 พันล้านบาท

นายวีระพงศ์ มาลัย ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า สสว. และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) ได้ลงนามบันทึกความร่วมมือ จัดตั้งกองทุนสินเชื่อSMEs Oneเป้าหมายของโครงการนี้ จะช่วยให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายย่อย ได้ ไม่ต่ำกว่า 4,890 ราย และเข้าถึงแหล่งเงินทุนรวม 4,890 ล้านบาท ทำให้ระบบเศรษฐกิจเกิดการหมุนเวียนของเงินทุนในระบบสูงขึ้น โดยคาดว่าจะทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายย่อย ภายใต้โครงการนี้มีรายได้เพิ่มสูงขึ้นไม่น้อยกว่า 20 % รวมทั้งยังเป็นการรักษาการจ้างงาน หรือเกิดการจ้างงานเพิ่มสูงขึ้นด้วย ดังนั้นผลสัมฤทธิ์ของโครงการจะทำให้ผู้ประกอบการที่ประสบปัญหาทางการเงินไม่ปิดกิจการ และสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากผู้ประกอบการมีรายได้ปีละ 2 ล้านบาท จะก่อให้เกิดผลทางเศรษฐกิจสูงถึง 9,780 ล้านบาท

สำหรับวงเงินกู้แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่ กรณีบุคคลธรรมดา วงเงินกู้ไม่เกิน 5 แสนบาท กรณีนิติบุคคล หรือบุคคลธรรมดาที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) วงเงินกู้ไม่เกิน 3 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 1% ต่อปี ระยะเวลาสูงสุดไม่เกิน 7 ปี ระยะเวลาปลอดชำระคืนเงินต้นสูงสุดไม่เกิน 1 ปี โดยจะต้องมีหลักประกัน กรณีบุคคลธรรมดา ต้องมีบุคคลที่น่าเชื่อถือค้ำประกัน ส่วนกรณีนิติบุคคล ค้ำประกันโดยกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนนิติบุคคล อ่านเพิ่มเติม

Rabbit Card ยอดผู้ถือบัตรเพิ่มขึ้น เล็งขยายต่างจังหวัดเพิ่มขึ้น

Rabbit Card คาดยอดผู้ถือบัตรเพิ่มตามเส้นทางรถไฟฟ้า-รถเมล์ พร้อมเล็งขยายตจว.

นางสาวรัชนี แสงศิลป์ชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท บางกอก สมาร์การ์ด ซิสเทม จำกัด (Rabbit Card) กล่าวว่า ได้ดำเนินการมา 8 ปี มีผู้ใช้บัตร 14 ล้านใบ เริ่มต้นเป็นระบบเติมเงินซึ่งใช้กับรถไฟฟ้าบีทีเอส และ รถบีอาร์ที แต่ในช่วง 2 ปีหลัง Rabbit Card ได้ขยายขนส่งสาธารณะอื่น ได้แก่ รถเมล์ ได้เปลี่ยนเป็นระบบสมาร์การ์ด ประมาณ 200 คัน คาดปลายปีนี้จะมีจำนวนรถเมล์ ขสมก.ที่สามารถรับบัตร Rabbit Card ได้ 1,000 คัน ในอนาคตอันใกล้ จะรองรับรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ (ช่วงหมอชิต-คูคต) สายสีชมพู (ช่วงแคราย-มีนบุรี) สายสีเหลือง (ช่วงลาดพร้าว-สำโรง) และสายสีทอง (ช่วงกรุงธนบุรี-คลองสาน)

นอกจากนี้ยังมีการใช้การเดินทางทางเรือ ได้แก่ คลองภาษีเจริญ เข้ามาสะพานตากสิน เรือด่วนเจ้าพระยา เรือทัวริสต์เจ้าพระยา และจะมีเรือข้ามฟาก ขณะที่สามารถใช้กับบางร้านค้า ได้แก่ ร้านอาหารของกลุ่มไมเนอร์ , ห้างเดอะมอลล์ หรือร้านชา-กาแฟ เพื่อให้ผู้ถือบัตร Rabbit Card ถือบัตรเดียวใช้ได้สะดวก รวมทั้ง โรงงานบางแห่งก็ใช้ในศูนย์อาหาร อ่านเพิ่มเติม

บิ๊กบอส IHL ลั่นปี 63 รายได้ธุรกิจฟอกหนังรองเท้าโต 20% ทะลุเป้า

บิ๊กบอส IHL ลุยเก็บหุ้นเข้าพอร์ต ตอกย้ำความเชื่อมั่น-ปัจจัยพื้นฐานแกร่ง ลั่นปี 63 รายได้ธุรกิจฟอกหนังรองเท้าโต 20% ทะลุเป้า

“องอาจ ดำรงสกุลวงษ์” บิ๊กบอส IHL ลุยเก็บหุ้นในกระดานจำนวน 1 ล้านหุ้น ราคาเฉลี่ย 2.10 บาท ตอกย้ำความเชื่อมั่น ปัจจัยพื้นฐานธุรกิจแข็งแกร่ง ลั่นปี 63 รายได้ธุรกิจฟอกหนังรองเท้าโต 20% หลังลูกค้าในต่างประเทศส่งออเดอร์สินค้าเข้ามาอย่างต่อเนื่อง

นายองอาจ ดำรงสกุลวงษ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อินเตอร์ไฮด์ จำกัด (มหาชน) (IHL) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2563 ที่ผ่านมา ได้เข้าทำการซื้อหุ้นในกระดาน จำนวน 1,000,000 หุ้น ราคา 2.10 บาท/หุ้น เนื่องจากมีความเชื่อมั่นต่อปัจจัยพื้นฐานของบริษัทฯ และสามารถจะเติบโตได้อีกมากในอนาคต แม้ในไตรมาส 1/63 ยอดขายและรายได้จะปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้เป็นอุปสรรคต่อการส่งออกสินค้าไปยังต่างประเทศ เช่นเดียวกับหลายบริษัทฯ ในหลายอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว อ่านเพิ่มเติม

COMAN ทุ่มงบ 131.37 ลบ ซื้อที่ดินทำ โครงการ COMAN Travel Tech Building

COMAN จะลงทุน 131.37 ลบ.ซื้อที่ดิน พร้อมสร้างอาคารสนง.แล้วเสร็จใน Q4/64

บมจ.โคแมนชี่ อินเตอร์เนชั่นแนล (COMAN) แจ้งว่าที่ประชุมคณะกรรมการเมื่อวันที่ 22 พ.ค. อนุมัติกำหนดวันประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2563 ในวันที่ 10 ก.ค. โดยมีวาระพิจารณาที่สำคัญ ได้แก่ พิจารณาอนุมัติการเข้าทำรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์และรายการที่เกี่ยวโยงกันในโครงการ COMAN Travel Tech Building (CTB) โดยการซื้อที่ดินจากบุคคลที่เกี่ยวโยงจำนวน 1 แปลง ตั้งอยู่ที่แขวงพัฒนาการ เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร โดยมีเนื้อที่รวม 1 งาน 73 ตารางวา มูลค่าไม่เกิน 25.95 ล้านบาท และรายการได้มาซึ่งสินทรัพย์โครงการ CTB ซึ่งเป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารสำนักงานและพาณิชยกรรม ขนาด 8 ชั้น บนที่ดินดังกล่าว มูลค่าการลงทุนทั้งโครงการรวมไม่เกิน 131.37 ล้านบาท

ทั้งนี้ โครงการ CTB เป็นโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารสำนักงานและพาณิชยกรรม บนถนนพระราม 9 แบ่งการลงทุน เป็นเงินค่าก่อสร้างและค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จำนวน 105.42 ล้านบาท อ่านเพิ่มเติม

ตลาดหุ้นไทย ฝ่าด่าน 1,300 จุด โบรกฯเตือนระวังเข้าสู่โซน “แพง” เกินไป 

วัดอุณหภูมิ ตลาดหุ้นไทย ฝ่าด่าน 1,300 จุด โบรกฯเตือนระวังเข้าสู่โซน “แพง” เกินไป 

ดัชนี ตลาดหุ้นไทย ไต่ระดับกลับมายืนเหนือ 1,300 จุดได้อีกครั้ง แม้จะมีปัจจัยบวกจากสถานการณ์โควิด-19 ในไทยดีขึ้นเป็นลำดับ แต่แนวโน้มกำไรบริษัทจดทะเบียนมีความเสี่ยงถดถอย และอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทยทั้งปีนี้ยังอยู่ในโซนติดลบ เป็นที่น่าสังเกตว่าตลาดหุ้นไทยวันนี้มีมูลค่าที่แพงเกินไปแล้วหรือไม่ ขณะที่นักลงทุนต้องปรับกลยุทธ์การเลือกหุ้นอย่างไร เพื่อแสวงหาผลตอบแทนที่ดีในภาวะวิกฤติเช่นนี้

นางสาววิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก เปิดเผยกับ “อินโฟเควสท์” ว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้กลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง หลังจากปรับตัวลดลงอย่างหนักไปแตะจุดต่ำสุดรอบนี้ที่ระดับ 969 จุดเมื่อกลางเดือน มี.ค. เบื้องต้นประเมินว่าดัชนีตลาดหุ้นไทยได้ผ่านพ้นตลาดขาลง หรือ “Bear market” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากสถานการณ์จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในไทยดีขึ้นเป็นลำดับ ส่งผลให้รัฐบาลตัดสินใจผ่อนคลายมาตรการล็อกดาวน์ในเฟส 2 เป็นปัจจัยบวกกระตุ้นบรรยากาศลงทุนกลับมาฟื้นตัวได้ดีขึ้นตามความคาดหวังการขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจในระยะต่อไป ทำให้ล่าสุดฝ่ายวิจัยฯขยับกรอบแนวรับ-แนวต้านระยะสั้นขึ้นมาเป็น 1,280-1,350 จุดจากกรอบเดิมที่ 1,200-1,300 จุด

นักวิเคราะห์ ประเมินต่อว่า เมื่อวิเคราะห์ Valuation ของตลาดหุ้นไทยในช่วงนี้ต้องบอกว่าค่อนข้างอยู่ในโซนแพงมาก บ่งชี้ได้จากค่าเฉลี่ย P/E เมื่อปลายเดือน เม.ย. อยู่ที่ 17.65 เท่า สูงกว่าค่าเฉลี่ย P/E ของตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียอยู่ที่ 13.26 เท่า ส่วนหนึ่งเกิดจากผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนยังมีแนวโน้มย่ำแย่ต่อเนื่องในไตรมาส 2/63 คาดเป็นจุดต่ำสุดในรอบปีจากผลกระทบการปิดล็อกดาวน์ประเทศที่รัฐบาลประกาศเริ่มต้นเมื่อวันที่ 22 มี.ค.ต่อเนื่องถึงปลายเดือน พ.ค. แต่แนวโน้มสถานการณ์เริ่มดีขึ้นในครึ่งปีหลัง ทำให้การปรับตัวลดลงของดัชนีฯมีกรอบที่จำกัด ขณะเดียวกันการปรับตัวเพิ่มขึ้นก็ยังมีกรอบที่จำกัดเช่นกัน แต่หากในกรณีเชื้อโควิด-19 ไม่เกิดการแพร่ระบาดซ้ำรอบสองมีความเป็นไปได้ว่าอัพไซด์ของดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสไต่ระดับขึ้นไปทดสอบ 1,400-1,500 จุดได้เช่นกัน อ่านเพิ่มเติม

BRRGIF จ่ายเงินปันผลครั้งที่ 9 และจ่ายเงินลดทุนครั้งที่ 4 รวม 0.31529 บาท

กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้ากลุ่มน้ำตาลบุรีรัมย์ (BRRGIF) ประกาศจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 9 และจ่ายเงินลดทุนครั้งที่ 4 รวม 0.31529 บาทต่อ/หน่วย

นายพรชลิต พลอยกระจ่าง รองกรรมการผู้จัดการ Head of Real Estate & Infrastructure Investment บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม บัวหลวง จำกัด หรือ กองทุนบัวหลวง เปิดเผยว่า กองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานโรงไฟฟ้ากลุ่มน้ำตาลบุรีรัมย์ (BRRGIF) ประกาศจ่ายเงินปันผลครั้งที่ 9 จากผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2563 และกำไรสะสม ในอัตราหน่วยละ 0.11529 รวมทั้งจ่ายเงินลดทุนครั้งที่ 4 ในอัตราหน่วยละ 0.20 บาท โดยการลดมูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) จากหน่วยละ 9.35 บาท เหลือหน่วยละ 9.15 บาท หรือรวมแล้วจ่ายเงินปันผลพร้อมจ่ายเงินลดทุนเป็นเงินทั้งสิ้น 0.31529 บาทต่อหน่วย

ทั้งนี้ บริษัทจัดการกำหนดวันปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหน่วยลงทุน ในวันที่ 1 มิถุนายน 2563 เพื่อกำหนดสิทธิของผู้ถือหน่วยลงทุนในการรับเงินปันผลและรับเงินลดทุน โดยมีกำหนดจ่ายเงินในวันที่ 16 มิถุนายน 2563 ที่จะถึงนี้ เมื่อนับรวมตั้งแต่จัดตั้งกองทุนจนถึงการประกาศจ่ายเงินปันผลและจ่ายเงิน ลดทุนครั้งนี้ กองทุนBRRGIF จ่ายเงินปันผลรวม 9 ครั้ง เป็นเงิน 1.58609 บาทต่อหน่วย และจ่ายเงินลดทุน 4 ครั้ง เป็นเงิน 1.15 บาทต่อหน่วย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2.73609 บาทต่อหน่วย

สำหรับ ผลการดำเนินงานของกองทุนBRRGIF ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา หรือระหว่างวันที่ 1 มกราคม – 31 มีนาคม 2563 มีรายได้รวม 57.07 ล้านบาท ปรับลดลง 10.87% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และลดลง 1.47% จากไตรมาสก่อนหน้า โดยประกอบด้วยรายได้จากเงินลงทุนในสัญญาโอนสิทธิรายได้สุทธิ (NRTA) อยู่ที่ 56.90 ล้านบาท (ลดลง 10.10% จากไตรมาสเดียวกันของปีก่อน อ่านเพิ่มเติม