ภาพยนตร์ Dumb & Dumber ชายหนุ่มซึ่งถูกคิดว่าเป็นคนโง่เขลา

Dumb & Dumber  ใครว่าเราแกล้งโง่ หือ ?

Dumb & Dumber

Dumb & Dumber  ใครว่าเราแกล้งโง่ หือ ? Lloyd Christmas ชายหนุ่ม ซึ่งถูกคิดว่าเป็นคนโง่เขลา โดยกมล

สันดาน กิริยาท่าทาง แข็งกระด้างรวมทั้งน่าเกลียด พร้อม ในตัว แม้กระนั้น ก็ยัง มีหวังว่า จะได้โอกาส ได้เจอ

หญิงสาวสักผู้ที่ จะมายืนจนถึงการใช้ ชีวิตร่วมกับ เขาบน โลกกว้างที่รกร้างนี้ แล้วก็เขาก็เจอกับ Mary

Swanson สาวที่กำลังไป ท่าอากาศยานด้วยรถยนต์ที่มี Lloyd เป็นคนขับ เขาปักใจว่า Mary เป็นเนื้อคู่ใน

ทันทีทันใด ที่พบเจอ แม้กระนั้นเมื่อ ถึงท่อากาศยาน Lloyd เกิดโศกเศร้าที่มองเห็นนางกำนัลฝันเดินขึ้น

เครื่องบิน บนโดย ไม่สนใจ เขาแม้แต่น้อย ขณะเดียวกันนั้นเองก็ได้มองเห็น กระเป้า ที่ เธอ ลืม ไว้ เขาตกลง

ใจ ที่จะเดินทางนำ กระเป้าไปคืน Mary ด้วยตัวเอง โดยหารู้ไม่ ว่ากระเป๋าใบดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว ใส่

เต็มไปด้วย เงิน ปริมาณ อย่างมากมายส่งผลให้ เขาถูกตามล่าจากสมาชิก แก็งค์มาเฟีย 2 คนโดยไม่ทันรู้ตัวเพื่อ

แย่งชิง กระเป๋าแม้กระนั้น เขาก็หนีพ้น มาได้ อย่างเฉียดฉิวLloyd หนี้มาพักอยู่กับสหายชื่อ Harry Dunne

เพื่อนฝูงผู้มีสติสัมปชัญญะ ที่ ใกล้เคียง กับ Lloyd และก็เมื่อ ทั้งสองตกลงจะ ขับขี่ถตู้ ที่แต่งเป็น สุนัข แสน น่า

รักน่าเอ็นดู เพื่อ เอา กระเป๋า ไปคืนให้ กับ Mary การเสี่ยงภัยสุดฮาก็เริ่มขึ้น !

Dumb & Dumber เข้าฉายในปี 1994 เป็นผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของพี่น้องตระกูล “Farrelly” ครับ ถือเป็น

หนังเปิดตัวที่สร้างชื่อและแจ้งเกิดได้อย่างสวยงามทีเดียว เพราะนอกจากหนังจะได้นักแสดงตลกที่ขายดีและ

กำลังมาแรงที่สุดในเวลานั้นอย่าง “Jim Carrey” มารับบทนำแล้ว หนังยังเปิดตัวด้วยตัวเลข 25 ล้านเหรียญ และ

ยึดอันดับ 1 ใน Box Office นานถึง 4 สัปดาห์ สะด้วย !! เท่านั้นยังไม่พอ เพราะหนังทุนสร้างเพียง 19 ล้านเรื่อง

นี้ เป็นหนังตลกที่ฮิตที่สุดของปี 1994 โดยการันตีด้วยรายรับสูงถึง 127 ล้านเลยทีเดียว

ตัวละครเอกทั้ง 2 ของเรื่องจัดว่าเป็นคู่หูคู่ฮาที่มีสีสันและมีบุคลิกเฉพาะตัวเด่นมาก (ถึงมากที่สุด) คู่หนึ่งของ

ทำเนียบหนังตลก Hollywood ครับ ซึ่งตรงนี้นอกจากต้องชมตัว ผกก. Farrelly ที่มาร่วมเขียนบทแล้ว ก็คงต้อง

ยกความดี ความชอบให้กับพี่ “Jim Carrey” และ “Jeff Daniels” ที่ตีบทได้แตกกระจุยสุดๆครับ โดยสิ่งที่ทำให้

ตัวละครทั้ง Lloyd และ Harry โดดเด่นก็คือการที่ตัวละครทั้งสองเป็นคนมองโลกในแง่ดี ฉลาดน้อย (ถึงน้อย

ที่สุด) มีระบบการคิดที่ไร้ซึ่งตรรกะ เป็นผู้ใหญ่ที่ไม่รู้จักโตสุดกู่ มีพฤติกรรมหลุดโลก ทำอะไรเป็นเรื่องเล่นๆไปสะ

ทุกเรื่อง โดยที่ลึกๆแล้วพวกเขาก็เป็นคนดีครับ

>>> หนัง hd <<<

ด้านนักแสดง “Jim Carrey” เข้าถึงบท Lloyd ชนิดที่เรียกว่าไม่มีใครเหมาะกับบทนี้ไปอีกแล้วนอกจากเขาครับ

พูดถึงความสามรถด้านการแสดงบท “ตลกทางสีหน้า – ท่าทาง” ส่วนตัวว่ายังไม่มีใครเทียบเท่าพี่ Jim เลยสักคน

ครับ ในฐานะคนที่โตมากับหนังของ Jim Carrey ไล่กันมาตั้งแต่ Ace Ventura: Pet Detective (1994), The

Mask (1994), Dumb & Dumber (1994), Batman Forever (1995) , Ace Ventura: When Nature Calls

(1995) และ Liar Liar (1997) ซึ่งทุกเรื่องเขาได้มอบการแสดง และสร้างตัวละครที่มีบุคลิกเฉพาะตัวที่น่าจดจำ

ทั้งสิ้น และจะมีนักแสดงสักกี่คนที่สามารถเล่นหนังเกิน 100 ล้าน 4 เรื่องติดกันได้ ! ( และถ้าตอนนั้นพี่ Jim ไม่

ไปเล่นใน The Cable Guy (1996) พี่แกคงมีสถิติเล่นหนัง 100 ล้าน 6 เรื่องติดกันไปแล้ว ) กลับมาถึงบท

Lloyd ในเรื่องนี้ Jim แสดงเป็นคนที่ดูโง่สุดๆ และ ใส่ซื่อนิดๆในตัว ไม่ว่าจะเป็นท่าทางการเดิน การพูดจา การ

ทำหน้าทำตา ที่งัด “ลูกบ้า” ออกมาแสดงชนิดไม่มีกั๊กครับ นับเป็นอีกหนึ่งบทบาทที่ดีที่สุดที่ Jim ได้งัดความ

สามารถในการแสดงบทตลกขั้นเทพให้โลกได้เห็นครับ

ส่วน “Jeff Daniels” ในบท Harry ก็ถือว่าเป็นการแสดงที่มีสีสันไม่แพ้กันครับ Jeff แสดงได้เข้าขากับ Jim อย่าง

น่าตกใจ ตัวละครของเขาไม่ต่างไปจากตัวละคร Lloyd มากนัก เว้นแต่เพียงเรื่องที่เขามักตกเป็นเหยื่อการแกล้ง

ของ Lloyd เท่านั้นเอง

มาถึงส่วนของฉากตลกของเรื่องที่บอกได้เลยครับ ว่าหนังแจ้งเกิดของพี่น้อง Farrelly เรื่องนี้ ไม่ได้มาจากมุขใต้

สะดือเลย ! แต่มาจากพฤติกรรมหลุดโง่ และระบบการคิดของตัวละครเอกทั้งคู่ รวมไปถึงเหตุการณ์ต่างๆในเรื่อง

ครับ แต่ถึงอย่างนั้นทุกมุขในหนังเรื่องนี้ก็เรียกเสียงฮาได้สุดๆเลย ไม่ว่าจะเป็นฉากตำรวจจราจรเรียกรถของสอง

เพื่อนซี้ให้จอด และจบลงด้วยเบียร์รสเด็ด!? , ฉากการกินเกล็ดน้ำแข็งของ Harry ที่แสดงถึงระดับกราฟสมอง

อย่างชัดเจน ,ฉาก การรำกังฟูของ Lloyd ที่ท่าทางกวนบาทาดีแท้ ,ฉากสลอดเจ้ากรรม !? ,ฉากฆ่านกฮูกด้วยจุก

ไวน์, ฉากการช่วยชีวิตด้วยสารหนู และอีกสารพัดมุขมากมายในเรื่องครับ ที่ชวนขำสะจริงๆ (อ้อ เกือบลืม ฉาก

เอานกแก้วหัวขาดไปขายเด็กตาบอด และ ฉากถูกคนแก่นั่งรถเข็นปล้นของไปดื้อๆของ Lloyd อีก ) และที่เด็ด

สุดคือฉากจบของเรื่องครับ ที่เป็นการตอบย้ำชื่อเรื่อง Dumb & Dumber เลยก็ว่าได้

ยังไม่พอครับ เพราะนอกจากหนังจะมีบทที่ดี นักแสดงชั้นยอดแล้ว เรื่องของเพลงประกอบของเรื่องก็ถือว่าคัด

มาได้ลงตัวกับหนังมากๆด้วย โดยเฉพาะเพลง “Boom shaka laka” ที่อยู่ในฉากเปิดเรื่อง และ เพลง “Whiney,

Whiney” ในฉากบาร์เหล้าช่วงกลางเรื่อง ที่ทำนองเพลงเข้ากับอารมณ์เรื่องสะจริงๆ

โดยรวมแล้ว Dumb & Dumber นอกจากจะอุดมไปด้วยความบันเทิงขึ้นสูงแล้ว หนังก็ยังมีข้อคิดเล็กๆให้เรา

ด้วย คือ แม้กับคนที่โง่ถึงโง่ที่สุดอย่างตัวละคร Lloyd และ Harry แต่พวกเขาก็ไม่เคยคิดทำร้ายใครครับ แม้บาง

ครั้งความหวังดีของพวกเขาอาจจะทำให้คนรอบข้างต้องปวดหัวบ้างก็ตาม แม้เวลาจะผ่านไป 10 กว่าปีแล้ว แต่

หนังเรื่องนี้ก็ยังคงความสนุกและมุขตลกก็ยังชวนฮาอยู่ไม่เปลี่ยนครับ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *