หุ้นยุโรป

หุ้นยุโรปปิดร่วงลง 7.54 จุด วิตกส่งมอบวัคซีนล่าช้า-หุ้นสหรัฐทรุดหนัก

หุ้นยุโรป : หุ้นยุโรปปิดร่วงลง 7.54 จุด วิตกส่งมอบวัคซีนล่าช้า-หุ้นสหรัฐทรุดหนัก

ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (29 ม.ค.) โดยถูกกดดันจากความวิตกเกี่ยวกับการส่งมอบวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ที่ล่าช้าในสหภาพยุโรป หลังจากบริษัทผลิตวัคซีนปรับลดปริมาณการส่งมอบเนื่องจากมีปัญหาด้านการผลิต นอกจากนี้ การดิ่งลงอย่างหนักของตลาดหุ้นนิวยอร์กเนื่องจากความวิตกเกี่ยวกับการปั่นหุ้น GameStop ส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นยุโรปด้วย

ดัชนี Stoxx Europe 600 ปิดตลาดที่ระดับ 395.85 จุด ร่วงลง 7.54 จุด หรือ -1.87%

ดัชนี CAC-40 ตลาดหุ้นฝรั่งเศสปิดที่ 5,399.21 จุด ร่วงลง 111.31 จุด หรือ -2.02%, ดัชนี DAX ตลาดหุ้นเยอรมนีปิดที่ 13,432.87 จุด ร่วงลง 233.06 จุด หรือ -1.71% และดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนปิดที่ 6,407.46 จุด ร่วงลง 118.69 จุด หรือ -1.82%

ตลาดหุ้นยุโรปปรับตัวลงมากที่สุดในรอบสัปดาห์นี้นับตั้งแต่เดือนต.ค. 2563 เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับความล่าช้าในการส่งมอบวัคซีนต้านโรคโควิด-19 ซึ่งจะกระทบต่อการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

บริษัทแอสตร้าเซนเนก้าแถลงว่า วัคซีนต้านโรคโควิด-19 ที่ทางบริษัทพัฒนาร่วมกับมหาวิทยาลัยอ็อกซ์ฟอร์ด จะมีการส่งมอบไปยังสหภาพยุโรป (EU) ต่ำกว่าเป้าหมายไปจนถึงปลายเดือนมี.ค. อันเนื่องจากปัญหาด้านการผลิต โดยคาดว่าจะมีการลดปริมาณการส่งมอบวัคซีนลง 60% เหลือเพียง 31 ล้านโดส

ด้านบริษัทไฟเซอร์ อิงค์ระบุเช่นกันว่า ทางบริษัทจะลดการส่งมอบวัคซีนต้านโควิด-19 เหลือเพียง 50% ให้แก่ยุโรป โดยจะกระทบการส่งมอบช่วงสิ้นเดือนนี้จนถึงต้นเดือนหน้า

นอกจากนี้ ตลาดหุ้นยุโรปยังปรับตัวลงตามทิศทางตลาดหุ้นสหรัฐซึ่งดิ่งลงมากกว่า 700 จุดในการซื้อขายช่วงเช้าวันศุกร์จากความวิตกเกี่ยวกับประสิทธิภาพวัคซีนโควิดของบริษัท J&J และจากภาวะผันผวนในตลาดที่เกิดจากการปั่นราคาหุ้น GameStop

บริษัท J&J เปิดเผยว่า วัคซีนของบริษัทโดสเดียวมีประสิทธิภาพ 72% ในการป้องกันโรคโควิด-19 ในสหรัฐ และต่ำกว่า 66% ในการทดลองที่ประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ซึ่งถือเป็นระดับประสิทธิภาพที่ต่ำกว่าวัคซีนของไฟเซอร์/ไบโอเอ็นเทค และโมเดอร์นาซึ่งอยู่ที่ราว 95% ในการป้องกันโรคโควิด-19 เมื่อฉีด 2 โดส

ตลาดหุ้นสหรัฐยังถูกกดดันจากความวิตกเกี่ยวกับการปั่นหุ้น GameStop ซึ่งปิดพุ่งขึ้น 67.87% หลังจากราคาหุ้นร้านจำหน่ายวิดีโอเกมชื่อดังในสหรัฐแห่งนี้ พุ่งขึ้นมากกว่า 1,000% แล้วนับตั้งแต่ต้นเดือนนี้ ซึ่งเป็นผลจากการรวมตัวกันของนักลงทุนรายย่อยของสหรัฐในการเข้าซื้อเพื่อดันราคาขึ้น โดยหวังจะสั่งสอนกองทุนเฮดจ์ฟันด์รายใหญ่ที่เก็งกำไรด้วยการขายชอร์ตหุ้นตัวนี้ในตลาด

หุ้นที่อ่อนไหวต่อภาวะเศรษฐกิจในตลาดหุ้นยุโรป อาทิ หุ้นกลุ่มธนาคาร, กลุ่มประกัน, กลุ่มเหมืองแร่ รวมถึงกลุ่มน้ำมันและก๊าซ ปรับตัวลงมากที่สุดในสัปดาห์นี้ ufa

“หุ้นยุโรป”ความน่าสนใจที่หลายคนมองข้าม

“ไปลงทุนในหุ้นยุโรปกันเถอะ” เชื่อว่าหลายคนที่ได้ยินประโยคนี้ คงนึกส่ายหน้าอยู่ในใจและแทบจะอุดหูไม่อยากฟังต่อ เนื่องจากยังคงมีมุมมองในเชิงลบต่อปัญหาเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในยุโรป

แต่หากเรามองลึกเข้าไปในตัวตลาดหุ้นยุโรปเอง จะพบว่า แม้กระทั่งในปีที่เศรษฐกิจยุโรปหดตัวลงอย่างในปี 2555 ตลาดหุ้นยุโรปกลับสามารถปรับตัวขึ้นมาเป็นบวกได้เกือบ 20% หรือแม้กระทั่งในปีนี้เอง ที่คาดว่าเศรษฐกิจยุโรปน่าจะยังคงเป็นอีกปีที่ติดลบ แต่ตลาดหุ้นยุโรปตั้งแต่ต้นปีกลับปรับตัวขึ้นมาได้กว่า 8% (ข้อมูล ณ 2 ส.ค. 2556)

โดยทั่วไปแล้ว ดัชนีหุ้น เป็นหนึ่งในตัวชี้นำเศรษฐกิจ หรือที่เรียกกันว่า Leading Indicator ซึ่งจะเป็นตัวบ่งบอกทิศทางแนวโน้มของเศรษฐกิจในอนาคต นั่นหมายความว่า เมื่อมีการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะปรับตัวดีขึ้น ตลาดหุ้น มักจะปรับตัวขึ้นนำไปก่อน (แม้ว่าปัจจุบันเศรษฐกิจอาจจะยังไม่ดีก็ตาม)

ในกรณีของยุโรป จะเห็นได้ว่า แม้เศรษฐกิจยุโรปในปี 2556 นี้ จะยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ แต่เมื่อเทียบกับปี 2555 ก็นับว่ามีภาพรวมที่ดีขึ้น ดังนั้น เมื่อตลาดคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจในปีนี้จะดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่ส่งผลให้ตลาดหุ้นยุโรปในปีที่ผ่านมาปรับตัวดีขึ้น ในเมื่อดัชนีหุ้นเป็นหนึ่งในดัชนีชี้นำที่สำคัญสำหรับเศรษฐกิจ จึงนำมาสู่คำถามที่ว่า แล้วปีหน้าเศรษฐกิจยุโรปจะเป็นอย่างไร และจะส่งผลต่อการลงทุนในปีนี้อย่างไร

แม้ว่าเศรษฐกิจของยุโรปในภาพรวมจะยังคงเติบโตได้ค่อนข้างช้า ขณะที่การแก้ไขปัญหาหนี้ก็ดูเหมือนว่าจะยังไม่เสร็จสิ้นสมบูรณ์ แต่ก็เชื่อได้ว่าเศรษฐกิจยุโรปน่าจะผ่านพ้นจุดต่ำสุดไปแล้ว และน่าจะมีแนวโน้มที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้คาดการณ์ว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ยุโรปในปี 2556 ซึ่งจะหดตัวลง-0.60% นั้น จะสามารถกลับมาขยายตัวเป็นบวกได้ 0.90% ในปี 2557 ขณะที่ตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของยุโรป ก็ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องมาอยู่ระดับสูงสุดในรอบเกือบ 2 ปี รวมไปถึงดัชนีราคาภาคการผลิตหรือ PMI ซึ่งใช้ชี้วัดปริมาณธุรกิจทั้งในภาคผลิตและภาคบริการ ซึ่งได้ปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่องติดต่อกันหลายเดือน โดยล่าสุด ปรับขึ้นมาแตะระดับเหนือ 50 จุด ซึ่งแสดงถึงการขยายตัวในภาคธุรกิจเป็นครั้งแรกในรอบ 18 เดือน

นอกจากนี้ นโยบายของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งเริ่มผ่อนคลายความเข้มงวดในการคุมการขาดดุลงบประมาณของประเทศสมาชิกลงเพื่อให้การบริโภค การลงทุน และการส่งออกของประเทศสมาชิกได้ฟื้นตัวขึ้นมา รวมถึงการคงนโยบายดอกเบี้ยต่ำอย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจหลังจากปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมา 0.25% ในเดือน พ.ค. 2556 มาอยู่ที่ระดับ 0.50% ก็เป็นปัจจัยเสริมอีกแรงที่จะช่วยทำให้เศรษฐกิจยุโรปสามารถขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง รวมไปถึงแผนการจัดตั้ง “สหภาพการธนาคาร” โดยเชื่อว่าน่าจะจัดตั้งได้สำเร็จในปี 2557 นอกจากนี้ ยังมีความคืบหน้าในการจัดตั้งกองทุนที่จะตั้งขึ้นเพื่อใช้ป้องกันเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินต่อสถาบันการเงิน ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยลดผลกระทบจากความเสี่ยงระหว่างเศรษฐกิจ ฐานะการคลังและฐานะของสถาบันการเงิน ออกจากกันอย่างชัดเจน

จะเห็นได้ว่า แนวโน้มเศรษฐกิจยุโรปในอนาคต เริ่มส่งสัญญาณที่ดี จึงไม่น่าแปลกใจว่า ตลาดหุ้นยุโรปในปีนี้ ได้เริ่มทยอยปรับตัวขึ้นมาก่อนแล้ว ซึ่งหากพัฒนาการและความคืบหน้าในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจในยุโรปสามารถแก้ไข และเติบโตได้อย่างต่อเนื่องตามที่ได้กล่าวไว้ ก็จะทำให้ตลาดยุโรปเป็นอีกตลาดทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุน โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาว่าระดับราคาหุ้นของตลาดยุโรปปัจจุบันยังอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำ คือซื้อขายกันที่สัดส่วนราคาต่อกำไรหรือพีอี ประมาณ 12 เท่า ขณะที่ค่าเฉลี่ย 10 ปีอยู่ที่ประมาณ 13.9 เท่า นอกจากนี้ บริษัทจดทะเบียนยุโรปรายใหญ่ มักจะเป็นบริษัทข้ามชาติ ที่ไม่ได้มีรายได้จากในประเทศยุโรปเพียงอย่างเดียว โดยจากการศึกษาของมอร์แกนสแตนเลย์ พบว่าบริษัทยุโรปที่อยู่ในดัชนีหุ้น MSCI World Index มีรายได้จากนอกประเทศถึงกว่า 50%

ดังนั้น แม้ภาวะเศรษฐกิจยุโรปจะยังไม่ฟื้นอย่างเต็มที่ แต่เศรษฐกิจโลกในภาพรวม ยังสามารถขยายตัวได้ ซึ่งก็จะส่งผลบวกต่อผลประกอบการของบริษัทยุโรป และนำส่งไปถึงผลการดำเนินงานของหุ้นยุโรปเช่นเดียวกัน

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *