หลักการออกแบบบ้าน

หลักการออกแบบ

หลักการออกแบบ

หลักการออกแบบ บ้านสิ่งที่ ควรรู้คุณ ควรรู้ ก่อนที่จะทำการตัดสินใจ สร้าง

แนวทาง ออกแบบ บ้าน เป็นเรื่องสำคัญ มากมาย ก่อนที่จะมีการ ก่อสร้างบ้าน แต่ละ หลัง ขึ้นมาไม่ใช่ ว่า จะ มี เพียงแค่ ที่ดิน แล้ว ว่า

จ้าง ผู้รับเหมาก่อสร้าง มาก่อ ก่อสร้างบ้าน เท่านั้นเอง แม้กระนั้น ต้องมีการ ออกแบบ บ้าน ที่ ดี แล้วก็ ถ้วนถี่ ก่อนจะ เริ่ม ลงมือ

ก่อสร้าง เพื่อ ได้ บ้าน ที่ ตรงตาม ความจำเป็น รวมทั้งเหมาะสมกับ เจ้าของบ้าน ไม่ว่า จะ เป็น ใน เรื่อง ของ งบประมาณ การคำนวณ

สั่งของ ที่จะจะต้อง ประยุกต์ใช้ สำหรับการ ก่อสร้าง ช่วงเวลา ที่ ใช้สำหรับเพื่อการก่อสร้าง แต่ละ ชั้นตอน ตลอดจน จนกระทั่งเพื่อ

ได้รูป แบบ ของ บ้าน ที่ ถูกใจ รวมทั้งตรง ตามรสนิยม เจ้าของบ้าน แต่ละคน ส่วน การออก แขบ บ้าน นั้น ถ้าหาก เจ้าของบ้าน ไม่ได้

อยากต้องการ องค์ประกอบ บ้าน ที่ ซับซ้อน มากเท่ารนัก ก็ สามารถ ออกแขบ บ้าน ได้เอง แต่ว่า หากเป็นบ้า นที่ มี ความ สสับซับ

ซ้อน หรือ งาน ระบบ จำนวนมาก ก็ ควรจะ จ้าง ผู้ที่มีความชำนาญ หรือสถาปนิก สำหรับในการ ไซน์ ให้ มาดู แล แค่เพียงเจ้าของ

บ้าน บอก ความอยากได้ ว่า อยากได้บ้น ลักษณะ’ไหน สถาปนิก ก็ จะ ปฏิบัติงาน ให้ และก็ สำหรับ วิธีการ ที่ ประยุกต์ใช้สำหรับใน

การออกแบบ บ้าน นั้น จำเป็นต้อง คำานึงถึงหลักการ ตังนี้

1.หลักการออกแบบบ้านกำหนดสไตล์

จุดเริ่ม ของ การออก แบบ บ้าน การเลือก สไตล์ ของ บ้าน เป็นการ ระบุ ขอบเขต จุดหมาย เพื่อความฝัน ที่ คิดไว้มี ความแจ่มแจ้ง มากขึ้นเร็อยๆ โดยมองจาก แบบ บ้านตาม website ต่างๆหรือ เวลา ไป ที่แหน่งใด แล้ว พบเห็น แบบ ท็ ชอบใจ ก็ ถ่ายภาพ เก็บไว้ เผื่อ ประยุกต์ใช้ เลือกรวมทั้ง มา เป็นแถว ทางใน กรออก แบบ หรือ ทดลอง นำเอา มา ปรับใช้ กับ บ้าน ใน ฝัน ของ พวกเรา ได้ ซ็ง สไตล์ของบ้น ก็ มี ให้เลือก อยู่ จำนวนมาก ได้แก่ ไทย ปรับใช้, Vintage, Loft,Minima l, Tropical ถ้าว่าเจ้าของบ้น มี ความพอใจ หลาย สไตล์ ก็ บางครั้งอาจจะนำ หลายๆแบบ มา ผสม เข้าด้วยกัน อย่าง ละ เล็กน้อย เพื่อ เปลี่ยนเป็น สไตล์ ใน แบบ ของตน ดังนี้ การออก แบบ ให้ได้ สไตล์ ที่ ถูกใจ ต้องกถึงสถานที่ แล้วก็ ชมชน ที่อาศัย อยู่ บริเวณ เพื่อ ใช้เพื่อสำหรับการ ตรึกตรอง ร่วม อยู่ ด้วย

2.หลักการออกแบบกำหนดขนาด

โดยเป็นการกำหนดขนาดพื้นที่ใช้สอยของแต่ละห้องลงไป ต้องการให้มีความกว้าง ยาว กี่เมตร การกำหนดขอบเขตการใช้งานของแต่ละห้องจะช่วยให้สามารถวิเคราะห์หาพื้นที่ใช้สอยรวมทั้งหมดได้ ซึ่งผลวิเคราะห์นี้จะทำให้การออกแบบชัดเจนยิ่งขึ้น รวมทั้งยังช่วยให้รู้อีกว่าควรสร้างบ้านกี่ชั้นถึงจะเหมาะสม กรณีที่มีที่ดินพร้อมปลูกสร้างแล้วจึงจำเป็นต้องออกแบบให้สอดคล้องกับที่ดินที่มีอยู่ แต่หากว่าคุณยังไม่ได้ซื้อที่ดิน การกำหนดขอบเขตเรื่องพื้นที่ใช้สอย จะช่วยทำให้คุณหาซื้อที่ดินได้ตามขนาดที่ต้องการ แถมยังสามารถนำไปใช้อ้างอิงกับการประมาณงบประมาณในการก่อสร้างได้ด้วย

3.ออกแบบโดยกำหนดตำแหน่ง และทิศทางลม

การออกแบบบ้านที่ดีนอกจากเรื่องความสวยงามแล้ว อีกหนึ่งสิ่งก็คือการออกแบบให้สอดคล้องกับธรรมชาติ เพื่อให้การอยู่อาศัยภายในบ้านเป็นไปอย่างเหมาะสม ดังนั้นจึงควรนึกถึงทิศทางของแสงแดด และทิศทางลม ตามหลักธรรมชาติแสงแดดจะส่องมากในทิศตะวันตก และใต้ ฉะนั้นห้องที่ต้องการแสงมากหรือห้องที่ต้องการกำจัดความชื้นจึงควรออกแบบให้หันไปทางทิศนั้น เช่น ห้องน้ำ, ห้องครัว, ห้องซักล้าง เป็นต้น ส่วนห้องที่ต้องการปริมาณแสงที่เพียงพอเหมาะ เช่น ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น, ห้องทำงาน, ห้องดูหนัง เพราะห้องเหล่านี้ถ้ามีแสงเข้ามาเกินไปก็จะทำให้ห้องร้อนได้เช่นกัน ข้อดีของการออกแบบด้วยหลักการนี้ยังช่วยประหยัดพลังงาน เพราะถ้าบ้านมีแสงส่องสว่างเข้ามาเพียงพอก็ไม่จำเป็นต้องเปิดไฟในช่วงเวลากลางวัน

4.การวางตำแหน่งของเครื่องปรับอากาศ

อย่างที่ทราบกันดีว่าด้วยสภาพภูมิอากาศประเทศเราเป็นเมืองร้อน จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องติดเครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนที่ผู้อยู่อาศัยต้องการความเย็นสบายเวลานอน การออกแบบห้องนอนจึงต้องคำนึงถึงมุมที่สามารถวางเครื่องปรับอากาศ รวมทั้งจุดตำแหน่งของเครื่องระบายความร้อน ต้องไม่รบกวน และไม่ดูดความร้อนกลับเข้ามา หรือจะติดฉนวนกันความร้อนเพิ่มเข้าไป ก็ช่วยให้ห้องมีความเย็นสบายมากยิ่งขึ้น

5.ออกแบบเพื่อป้องกันเสียง

ในที่นี้หมายถึงทั้งเสียงรบกวนจากภายในบ้านและภายนอกบ้าน เช่น จากถนนหน้าบ้าน, เสียงจากข้างบ้าน ดังนั้นจึงควรออกแบบป้องกันเสียงจากที่ต่างๆ เช่น การออกแบบให้หน้าต่างกันเสียงได้ , การจัดแบ่งพื้นที่การใช้งานเป็นสัดส่วน, การติดตั้งฉนวนกันเสียง, การทำกำแพงสองชั้น หรือการใช้ประตูทึบ เป็นต้น

6.ออกแบบบ้านโดยคำนึงถึงอนาคต

ในการออกแบบ้านต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ และมองการณ์ไกลไปถึงอนาคต เพราะนอกจากจะคิดถึงเรื่องความสะดวกสบายของทุกคนภายในบ้านแล้ว ยังต้องคิดเผื่อว่าหากสมาชิกในครอบครัวมีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุอาศัยอยู่ด้วย ควรจะเลือกสร้างห้องหรือใช้โครงสร้างบ้านที่ดูแล้วปลอดภัย หลีกเลี่ยงการมีพื้นต่างระดับเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และควรเพิ่มห้องนอนชั้นล่างเพื่อความสะดวกของคนในครอบครัว และอย่าลืมเผื่อโครงสร้างกรณีที่อาจจะต้องมีการต่อเติมเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน หากต้องมีสมาชิกใหม่เข้ามาเพิ่ม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

หลักการออกแบบบ้าน

หลักการออกแบบบ้าน สิ่งที่ ควรจะรู้คุณ

หลักการออกแบบบ้าน

 

หลักการออกแบบบ้าน สิ่งที่ ควรจะรู้คุณ ควรจะ ทราบ ก่อนที่จะทำการตัดสินใจ สร้างแนวทาง วางแบบ บ้าน เป็นสิ่งจำเป็น มากมาย ก่อนที่จะมีการ ก่อสร้างบ้าน แต่ละ ข้างหลัง ขึ้นมาไม่ใช่ว่า จะมีเพียงแค่ ที่ดิน แล้ว ว่าจ้าง ผู้รับเหมาก่อสร้างมาก่อ ก่อสร้างบ้าน เท่านั้นเองแม้กระนั้น จึงควร มีการ ไซน์ บ้าน ที่ ดี แล้วก็ ถ้วนถี่ ก่อนจะ เริ่ม ลงมือ ก่อสร้าง เพื่อ ได้บ้าน ทีตรงตาม ความอยากได้ และก็เหมาะสมกับเจ้าของบ้าน ไม่ว่า จะ เป็น ใน เรื่อง ของ งบประมาณการคำนวณ สั่งของที่จะจต้อง ประยุกต์ใช้สำหรับในการ ก่อสร้าง ช่วงเวลา ที่ ใช้เพื่อสำหรับการก่อสร้าง แต่ล: ชั้นตอน ตลอดจน จนถึง เพื่อ ได้รูป แขบ ของ บ้าน ที่ ถูกใจ และก็ ตรงตามสนิยม เจ้าของบ้าน แต่ละคน ส่วน การออก แขบ บ้าน นั้น ถ้าเกิด เจ้าของบ้าน ไม่ต้องการที่จะอยาก องค์ประกอบ บ้าน ที่ ซับซ้อน เท่าไรนัก ก็ สามารถ ไซน์ บ้าน ได้ เอง แต่ว่าถ้าเกิด เป็นบ้านที มีความ สลับซับซ้อน หรือ งาน ระบบ จำนวนไม่ใช่น้อย ก็ควรจะ จ้าง ผู้ที่มีความชำนาญ หรือนักออกแบบ สำหรับในการวางแบบ ให้ มาดู แล เพียงแต่ เจ้าของบ้าน บอก สั่งที่มีความต้องการว่า อยากได้ บ้าน ลักษณะ ไหน นักออกแบบ ก็ จะ ปฏิบัติงาน ให้ และก็ สำหรับ แนวทางทีประยุกต์ใช้ สำหรับในการ ดีไซน์ บ้าน นั้น จำเป็นที่จะต้อง คิดถึงวิธีการ ดังนี้

 

1.วิธีการ ดีไซน์ บ้าน กำหนด สไตล์

จุดเริ่ม ของ การออก แบบ บ้าน การเลือก สไตล์ ของ บ้าน เป็นการ ระบุ ขอบเขต วัตถุประสงค์เพื่อ ความฝัน ที่ คิดไว้มีความแน่ชัดมากขึ้น โดยมองจาก แบบ บ้านตาม website ต่างๆ หรือเวลา ไป ตรงไหน แล้ว พบเห็น แบบ ที่ ถูกใจ ก็ ถ่ายภาพ เก็บ ไว้ เผือ ประยุกต์ใช้เลือก แล้วก็มาเป็นแถว ทางใน กรออก แบบ หรือ ทดลอง นำเอา มา ปรับใช้ กับ บ้าน ใน ฝัน ของ พวกเรา ได้ ซึ่งสไตล์ ของ บ้าน ก็ มิ ให้เลือก อยู่ เยอะแยะ ได้แก่ ไทย ปรับใช้, Vintage, Loft, Minimal,Tropical ถ้าว่าเจ้าของบ้านมีความพอใจหลายสไตล์ ก็ บางครั้งก็อาจจะนำ หลายๆ แบบ มาประสมประสาน เข้าด้วยกัน อย่าง ละ เล็กน้อย เพื่อ แปลงเป็น สไตล์ ใน แบบ ของตน ตั้งนี้ การออก แบบ ให้ได้ สไตล์ ที่ ถูกใจ จาเป็นต้อง คิดถึง สถานที่ รวมทั้งชุมชน ที่อาศัย อยู่ บริเวณ เพื่อใช้เพื่อสำหรับการ ใคร่ครวญ ร่วม อยู่ ด้วย

 

2.วิธีการ ดีไซน์ ระบุ ขนาด

โดย เป็นการ ระบุ ขนาดพื้นที่ ใช้สอย ของ แต่ละ ห้องลงไป อยากทีจะให้มีความ กว้าง ยาว กี่เมตร การกำหนด ขอบเขต การใช้แรงงาน ของ แต่ละ ห้อง จะ ช่วยทำให้ สามารถ นิจพิจารณาหาพื้นที่ ใช้สอยรวม ได้ ซ็ง ผลนิจพิจารณานี้ จะก่อให้การออก แบบ กระจ่าง เพิ่มขึ้น แล้วก็ยัง ช่วยทำให้ ทราบ อีกว่า ควรจะ ก่อสร้างบ้าน ก็ ชั้น ถึง จะ สมควร ในกรณีที่ มี ที่ดิน พร้อมก่อสร้าง แล้วจึง จึงควรค์ซน์ ให้สอดคล้องกับ ที่น ที่มีอยู่ แต่ว่า แม่ว่า คุณ ยังมิได้ ซื้อ ที่ดินการกำหนด ขอบเขต เรื่อง พื้นที่ ใช้สอย จะ ช่วยปรับ คุณ หาซื้อ ที่ดิ้น ได้ตาม ขนาดที่ อยากแถม ยัง สามารถ ใช้ประโยชน์ อ้างอิง กับ การประเมิน งบประมาณ สำหรับการ ก่อสร้าง รับออกแบบบ้านได้ ด้วย

3.ออกแบบโดยกำหนดตำแหน่ง และทิศทางลม

การออกแบบบ้านที่ดีนอกจากเรื่องความสวยงามแล้ว อีกหนึ่งสิ่งก็คือการออกแบบให้สอดคล้องกับธรรมชาติ เพื่อให้การอยู่อาศัยภายในบ้านเป็นไปอย่างเหมาะสม ดังนั้นจึงควรนึกถึงทิศทางของแสงแดด และทิศทางลม ตามหลักธรรมชาติแสงแดดจะส่องมากในทิศตะวันตก และใต้

ฉะนั้นห้องที่ต้องการแสงมากหรือห้องที่ต้องการกำจัดความชื้นจึงควรออกแบบให้หันไปทางทิศนั้น เช่น ห้องน้ำ, ห้องครัว, ห้องซักล้าง เป็นต้น ส่วนห้องที่ต้องการปริมาณแสงที่เพียงพอเหมาะ เช่น ห้องนอน, ห้องนั่งเล่น, ห้องทำงาน, ห้องดูหนัง เพราะห้องเหล่านี้ถ้ามีแสงเข้ามาเกินไปก็จะทำให้ห้องร้อนได้เช่นกัน ข้อดีของการออกแบบด้วยหลักการนี้ยังช่วยประหยัดพลังงาน เพราะถ้าบ้านมีแสงส่องสว่างเข้ามาเพียงพอก็ไม่จำเป็นต้องเปิดไฟในช่วงเวลากลางวัน

4.การวางตำแหน่งของเครื่องปรับอากาศ

อย่างที่ทราบกันดีว่าด้วยสภาพภูมิอากาศประเทศเราเป็นเมืองร้อน จึงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องติดเครื่องปรับอากาศ โดยเฉพาะในช่วงเวลากลางคืนที่ผู้อยู่อาศัยต้องการความเย็นสบายเวลานอน การออกแบบห้องนอนจึงต้องคำนึงถึงมุมที่สามารถวางเครื่องปรับอากาศ รวมทั้งจุดตำแหน่งของเครื่องระบายความร้อน ต้องไม่รบกวน และไม่ดูดความร้อนกลับเข้ามา หรือจะติดฉนวนกันความร้อนเพิ่มเข้าไป ก็ช่วยให้ห้องมีความเย็นสบายมากยิ่งขึ้น

5.ออกแบบเพื่อป้องกันเสียง

ในที่นี้หมายถึงทั้งเสียงรบกวนจากภายในบ้านและภายนอกบ้าน เช่น จากถนนหน้าบ้าน, เสียงจากข้างบ้าน ดังนั้นจึงควรออกแบบป้องกันเสียงจากที่ต่างๆ เช่น การออกแบบให้หน้าต่างกันเสียงได้ , การจัดแบ่งพื้นที่การใช้งานเป็นสัดส่วน, การติดตั้งฉนวนกันเสียง, การทำกำแพงสองชั้น หรือการใช้ประตูทึบ เป็นต้น

6.ออกแบบบ้านโดยคำนึงถึงอนาคต

ในการออกแบบ้านต้องใช้ความละเอียดรอบคอบ และมองการณ์ไกลไปถึงอนาคต เพราะนอกจากจะคิดถึงเรื่องความสะดวกสบายของทุกคนภายในบ้านแล้ว ยังต้องคิดเผื่อว่าหากสมาชิกในครอบครัวมีเด็กเล็กหรือผู้สูงอายุอาศัยอยู่ด้วย ควรจะเลือกสร้างห้องหรือใช้โครงสร้างบ้านที่ดูแล้วปลอดภัย หลีกเลี่ยงการมีพื้นต่างระดับเพื่อไม่ให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ และควรเพิ่มห้องนอนชั้นล่างเพื่อความสะดวกของคนในครอบครัว และอย่าลืมเผื่อโครงสร้างกรณีที่อาจจะต้องมีการต่อเติมเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน หากต้องมีสมาชิกใหม่เข้ามาเพิ่ม

หลักการออกแบบบ้านที่นำเสนอมาเป็นเพียงแค่ขั้นพื้นฐาน ซึ่งผู้ที่ต้องการสร้างบ้านจึงควรต้องศึกษาเพิ่มเติม ด้วยการใช้เหตุผลว่าบ้านคือที่อยู่อาศัยอันเป็นพื้นฐานที่สำคัญต่อการดำรงชีวิต แต่ทั้งนี้จากหลักการทั้งหมดก็สามารถนำไปเป็นแนวทางออกสร้างบ้านในฝันได้เช่นเดียวกันค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *