สืบทรัพย์บังคับคดี

การยึดทรัพย์บังคับคดี เป็นทางออกที่ดีทางหนึ่งสำหรับเจ้าหนี้ที่ต้องการได้เงินในส่วนของตัวเองคืน

การยึดทรัพย์บังคับคดี

การยึดทรัพย์บังคับคดี เป็นทางออกที่ดีทางหนึ่งสำหรับเจ้าหนี้ที่ต้องการได้เงินในส่วนของตัวเองคืน ถ้าเกิด ในกรณี การกู้ยืม แบบ มี

หลักทรัพย์ค้ำประกัน ย่อมง่าย สำหรับในการ ยึดทรัพย์สินบังคับคดี เพราะเหตุว่า มัน จะมีผลบังคับใช้อัตโนมัติ อยู่แล้ว แม้กระนั้น

หาก ในเรื่องที่ ไม่มี การใช้หลักทรัพย์ค้ำประกัน เจ้าหนี้ สามารถสืบ ทรัพย์สิน และก็ ขอร้อง ต่อศาล ให้มีการ ยึดทรัพย์สิน ได้ด้วย

เหมือนกัน แต่ว่า ในกรณี หลัง มันไม่ใช่เรื่องง่าย ถางราวกับไฟแนนซ์ ยึด รถ เพราะว่า มันมีเงื่อนไข อื่นๆ เข้ามามีเยอะมาก

การว่า ว่าจ้าง ทนายสืบทรัพย์สมบัติ บังคับคดี เป็น ช่องทาง ที่ ยอดเยี่ยม ใน กรณีดังที่กล่าวมาแล้ว คนจำนวนไม่น้อย มองดู ว่าเจ้า

หนี้ ก็แค่ดทรัพย์สิน ไม่ว่าลูกหนี้ จะมี ทรัพย์สินอะไร เจ้าหนี้ ก็บุกเข้าไปยึด เอามา เป็นของตัวเอง ได้เลย โดยไม่ต้อง ไปฟ้องร้อง ให้

เสียเวล่ำเวลา เสียค่า ทนายความ แม้กระนั้น จริงๆแล้วพฤติกรรม อย่างนั้น ถือได้ว่า เรื่อง ที่ ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย จึงต้องควร ที่จะ

จ้างทนายความฟ้องร้อง รวมทั้งสืบสมบัติสถาน บังคับ คดี ซึ่งเป็นการ ทำ ภายใต้กฎเกณฑ์ของ ข้อบังคับ โดยผู้รอบรู้ด้าน นี้ โดยตรง

ทั้งยัง ทนายความที่ดี รวมทั้งเก่ง จะเป็นคนชี้ ให้เจ้าหนี้ ได้ มองเห็น ถึงความคุ้มราคา สำหรับการสืบ ทรัพย์สมบัติ ดทรัพย์สิน ของ

ลูกหนี้เจ้าหนี้ จะได้มาซึ่งเงิน ของ ลูกหนี้ ที่คุ้ม แล้วก็ได้ผลตอบแทน สูงสุด ที่สำคัญความประพฤติปฏิบัติ เหล่านี้ยัง ชอบด้วย

กฎหมาย อย่างไม่ต้อง มีข้อกังขา private detective bangkok

ทนายความที่ ทวงหนี้และ สืบทรัพย์สิน บังคับคดี แทน ลูกความ ของตน เมื่อทำตามกรอบ ของ กฎหมายย่อม ได้รับ ความ ป้องกัน

ตามกฎหมาย ทุกอย่าง แม้กระทั้ง กฎหมาย ทวงหนี้ ฉบับ ใหม่ ก็ยัง มีกำหนด ส่วนท้าย ให้ ทนายความดำเนินงานได้ ง่ายขึ้นว่า ไม่

รวมทั้ง การทวง หนี้สิน ของ ทนายความ ซึ่งปฏิบัติ แทน ลูกความของตนเอง ด้วยการเจาะจง ในตัวกฎหมาย อย่างนี้ นี่เอง ก็เลย

เป็นการ บอก ให้พวกเรา รู้ดีว่า ทนายความ สามารถ ทำ อะไร กับ ลูกหนี้ ตัวร้าย ได้มาก กว่าเจ้าหนี้ ท่เอง นั่นบางที่อาจ รวมทั้ง การ

ทวง หนี้สิน รวมทั้ง การสืบ ทรัพย์บังคับคดี ใน แบบที่พิเศษ กว่า คนเดินดิน และ ก็ยัง ชอบด้วยกฎหมาย

ขั้นตอนในการสืบทรัพย์บังคับคดีตามคำพิพาษา

1. หลังจากศาลมีคำพิพากษาแล้ว หากจำเลยไม่มาฟังคำพิพากษา ทนายความต้องส่งคำบังคับให้จำเลยทราบ โดยแถลงต่อศาล

โจทก์ได้ฟ้องคดีเป็นหนังสือตามแบบของศาลและนำหมายส่งคำบังคับเพื่อให้จำเลยทำการชำระหนี้ตามคำพิพากษา หากพ้น

กำหนดตามคำบังคับแล้วจำเลยไม่ยอมปฏิบัติตาม หรือไม่ยอมชำระหนี้ทนายความจะทำการร้องขอต่อศาลให้ออกหมายบังคับคดี

ตั้งเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อยึด อายัดทรัพย์ของจำเลยมาใช้หนี้ ตามคำพิพากษา พร้อมคัดถ่ายสำเนาคำพิพากษาของศาล คำ

บังคับ , หมายบังคับคดีของศาลเพื่อใช้ประกอบในการยึดทรัพย์ของจำเลยต่อไป

2. ขั้นตอนในการสืบทรัพย์ของลูกหนี้ ซึ่งเป็นขั้นตอนที่ยากที่สุดในกระบวนการนี้ ทรัพย์ที่สืบพบก็ต้องแน่ใจว่าเป็นของลูกหนี้จริงๆ

จึงจะทำการยึดทรัพย์ได้ ซึ่งเจ้าหนี้โดยส่วนมากจะให้นักสืบที่เป็นผู้ชำนาญการในการสืบทรัพย์ดำเนินการดังนี้

2.1 นักสืบจะทำการ สืบทรัพย์ เพื่อสืบหาเงินในบัญชีเงินฝากธนาคารที่เป็นชื่อลูกหนี้ (รวมทั้งกรณีที่ลูกหนี้ใช้ชื่อคนอื่นในการเปิด

บัญชีธนาคารแทนชื่อตนเอง) ตามบัญชีเงินฝากธนาคารต่างๆ หรือลูกหนี้มีการลงทุนหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ หุ้นกู้ ทองคำ พันธบัตร

รัฐบาล มีการลงทุนในกองทุนต่างๆ ของสถาบันการเงิน หรือมีการซื้อสลากออมสินอยู่ที่ใดหรือไม่

2.2 นักสืบจะทำการ สืบทรัพย์ เพื่อสืบหาว่าลูกหนี้มีเงินเดือนหรือผลตอบแทนอื่นใด (เช่น ค่าคอมมิชชั่น ค่าตอบแทนต่างๆ ) จาก

การประกอบอาชีพ หรือการทำงานหรือไม่

2.3 นักสืบจะทำการสืบทรัพย์ เพื่อสืบหาทรัพย์สินที่เป็นสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของลูกหนี้ เช่น รถยนต์ , ทรัพย์สินภายใน

ที่พักอาศัย ทรัพย์สินที่เป็นอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานหรือเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น

ทาวเฮ้าส์ อาคารพาณิชย์ ร้านค้า สิ่งปลูกสร้างต่างๆอาคาร สำนักงาน โรงงานอุตสาหกรรม เป็นต้น

2.5 นักสืบจะทำการ สืบทรัพย์ เพื่อสืบหาว่าลูกหนี้มีการประกอบธุรกิจหรือเป็นหุ้นส่วนร่วมลงทุนในบริษัท ห้างร้าน หรือการประกอบ

กิจการอื่นใดอีกหรือไม่

2.6 นักสืบจะทำการสืบทรัพย์ เพื่อสืบหาว่าลูกหนี้มีกรรมสิทธิ์ในทรัพย์สินทางปัญญาอันมีมูลค่าด้วยหรือไม่

2.7 สืบหาว่าลูกหนี้มีสิทธิเรียกร้องจากลูกหนี้ของลูกหนี้หรือไม่ เช่น ลูกหนี้มีลูกหนี้อื่นที่ต้องชำระเงินแก่ลูกหนี้หรือไม่ (ลูกหนี้ของ

ลูกหนี้) เพื่อที่เจ้าหนี้จะได้ดำเนินการใช้สิทธิเรียกร้องของ ลูกหนี้ตามกฎหมายต่อไป

2.8 นักสืบจะทำการสืบทรัพย์ เพื่อสืบหาทรัพย์สินที่ลูกหนี้ได้จำหน่ายจ่าย หรือโอนทรัพย์สินให้กับบุคคลอื่นในระหว่างที่เป็นหนี้เจ้า

หนี้ว่ามีทรัพย์สินเหล่านั้นหรือไม่ เช่น ลูกหนี้ได้มีการยักย้ายถ่ายเท ทรัพย์สินของตนเองให้กับบุคคลอื่นโดยมีเจตนาเพื่อไม่ให้เจ้า

หนี้ได้รับการชำระหนี้

2.9 นักสืบจะทำการสืบทรัพย์ทั้งในส่วนของสามี หรือภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย และรวมถึงบุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะของลูกหนี้

ขั้นตอนการบังคับคดีลูกหนี้

เมื่อสืบทรัพย์พบทรัพย์สินของลูกหนี้อย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ได้กล่าวมาแล้วนั้น ทนายจะต้องดำเนินการบังคับคดี ซึ่งดังมีราย

ละเอียดต่อไปนี้

1.กรณีทรัพย์สินของลูกหนี้เป็น สังหาริมทรัพย์ เช่น รถยนต์, เครื่องจักร,  ฯลฯ ทนายจะนำเจ้าพนักงานบังคับคดีออกไปยึดทรัพย์สิน

ดังกล่าว ณ สถานที่ที่ทรัพย์นั้นตั้งอยู่ และจะดำเนิน

2. กรณีทรัพย์สินของลูกหนี้เป็นอสังหาริมทรัพย์ เช่น ที่ดิน, สิ่งปลูกสร้าง, อาคาร ฯลฯ ทนายจะคัดถ่ายเอกสารจากสำนักงานที่ดิน

พร้อมทำแผนที่ ถ่ายรูป ราคาประเมิน นำมาตั้งเรื่องยึดทรัพย์ต่อเจ้าพนักงานบังคับคดี เพื่อให้ดำเนินการขายทอดตลาดนำเงินมา

ชำระหนี้ให้แก่เจ้าหนี้ต่อไป

3. กรณีทรัพย์สินของลูกหนี้เป็น บัญชีเงินฝากธนาคาร เช่น ลูกหนี้ฝากเงินไว้กับธนาคารใดธนาคารหนึ่ง เจ้าพนักงานบังคับคดีจะ

ทำการอายัดเงินดังกล่าวโดยส่งหนังสือไปยังธนาคารให้ นำส่งเงินให้กับเจ้าพนักงานบังคับคดีเพื่อให้เจ้าหนี้มารับเงินต่อไป

ขั้นตอนการขายทอดตลาดทรัพย์สินของลูกหนี้

ในการขายทอดตลาดจะเป็นการขายทรัพย์สินของลูกหนี้โดยเจ้าพนักงานบังคับคดีที่จะ ต้องมีการประมูลขาย การต่อสู้ราคา การ

คัดค้านราคาขายของเจ้าพนักงานบังคับคดี ซึ่งขั้นตอนดังกล่าวทนายมีหน้าที่เป็นผู้ดูแลการขายทอดตลาดเพื่อไม่ให้ เจ้าหนี้ต้องเสีย

เปรียบในการขายทอดตลาดทรัพย์ของลูกหนี้ และรักษาผลประโยชน์ของเจ้าหนี้อย่างเต็มที่

อ่านบทความน่าสนใจถัดไป นักสืบที่ดีต้องมีการวิเคราะห์แล้วก็ประเมินเหตุ

Lola
นักสืบ ชู้สาว

Leave a Comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *