ภาพยนต์ที่น่าเศร้าและสะเทือนใจ The Impossible

The Impossible ภาพเหตุการณ์ที่น่าเศร้าและสะเทือนใจ

The Impossible

The Impossible ภาพเหตุการณ์ที่น่าเศร้าและสะเทือนใจ บน แผ่นดิน บ้านเกิด ยังไม่ หายไป จาก หัวใจ คน

ประเทศไทย ทุกคนเลียนแบบภาพสถานะการณ์ ของ ครอบครัว สเปน ครอบครัวหนึ่งที่เผชิญภัยจากเหตุสึนามิ

ในประเทศไทย เมื่อปี 2004 สึนามิครั้งที่พวกเรา ไม่เคย มีประสบการณ์ มาก่อน แล้วก็สุดรุนแรง ทำให้มี คนบาด

เจ็บรวมทั้งตาย เป็น ปริมาณ สูง เอาการ และก็ความมีน้ำใจเอื้อเฟื้อของ ชาวไทย ก็ทำให้มีหลายๆคนถือเอาไป

เล่า สู่ กัน ฟัง

ย้อนกลับไป เมื่อ ปี 2004 อาจ ไม่มีผู้ใด คาดหมาย แม้ว่าจะ เกิดเหตุเรื่องเศร้า ที่ พราก หลาก ชีวิต แล้วก็

ทำลาย ทุก สิ่งไป ข้างในตอน พริบตาเดียว มันเกิดเรื่องราวน่าสะเทือนใจ ที่ ก่อนหน้าที่ผ่านมาไม่เคยมีคนใดกัน

แน่ จะ กล้าจับ จับ มัน บอก เล่าตรงๆ

แล้วก็สุดท้าย ก็หยิบ มัน มาเล่า อย่างไม่อ้อมค้อม ที่ สำคัญ ซึ่งมันมานะ ที่จะ แต่งรวมทั้งเอ สีให้เจือจาง น้อย

ที่สุด และก็ผลที่ได้ ก็คือภาพยนตร์ที่ ทรงอำนาจ เหลือหลาย อีกทั้งทางภาพ และ อารมณ์

เรา รู้ตั้งแต่ตอนแรก ว่า หัวข้อนี้ เกี่ยวกับ ภัยพิบัติ สึนามิ ที่เกิด ขึ้น ทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้วยเหตุผลดัง

กล่าว ภาพ ตอน ก่อน เกิดเหตุการณ์ นั้น ก็เลย เป็น ภาพ ที่ น่า ปวดใจ ยิ่งนัก พวกเรา เห็นภาพ ของครอบครัว

ปกติ ที่ หา เวลา มา พักราวกับ ครอบครัว อื่นๆ ที่ รู้สึกว่าตรงนี้ นั้นเป็น ดินแดน สรวงสวรรค์ โดย ที่ ไม่เคยทราบ

เลย ว่า จะ กำเนิด อะไร ขึ้นอยู่กับ พวกเขา เพราะฉะนั้น แล้ว เมื่อพวกเรา มองเห็น พวกเขา แฮปปี้เยอะแค่ไหน

พวกเรา ผู้ชม ก็ ยิ่ง เจ็บปวดรวดร้าว มากเพิ่มขึ้น เพียงแค่นั้น

สิ่ง ที่ พิเศษ อีกอย่างหนึ่งใน ก็คือ มัน เป็นเรื่องราว ของหายนะ ที่ อิงกับความจริง สูง หรือ ถ้า ให้ กล่าว อีก

ประการหนึ่ง ก็คือเรื่องราว ของมัน เองก็มิได้ มีความ สลับซับซ้อน หรือ เคร่งเครียด แบบ หนัง ฮอลี วู้ ด นิยม มาก

แค่ไหน นัก อีกทั้งนี่จะต้อง บอกว่า เป็นด้วยเหตุว่า หนัง หัวข้อนี้ ไม่ใช่หนัง จาก ทาง ฝั่ง อเมริกา ที่ มีรส ชาติ ที่

คนไม่ใช่น้อย รู้จักดี ถ้า แม่กระนั้น มาจาก ทาง ประเทศสเปน ซึ่ง ก็ มี อารมณ์ ที่ แตกต่าง ออกไป

แม้ว่าหลายคนอาจจะมองเห็นว่าเรื่องราวไม่หนักแน่นหรือไม่สนุกสนานแบบหนัง ภัยพิบัติเรื่องอื่น แต่ในอีกด้าน

หนึ่ง สิ่งเหล่านี้เป็นเสน่ห์ที่เป็นเอกลักษณ์ของหนังเรื่องนี้ เรื่องราวของผู้คนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตเราและก็ผ่านไป

เรื่องราวที่เราคงไม่มีทางรู้ และแม้จะผ่านไปแล้วมันก็ยังคงติดตัวกับเราไปกับชีวิตและความทรงจำ

แน่นอน เราเชื่อว่า พูดถึงความหวังในชีวิตของมนุษย์ แต่เราเคยได้ยินเรื่องเหล่านี้มากมายแค่ไหนกัน ภาพของ

ความหายนะที่วิ่งเข้าหาเราโดยไม่มีทางรู้ตัว และเมื่อเราเอาตัวรอดจากมันได้แล้ว มันคือความปลอดภัยจริงหรือ

หรือแท้ที่จริงมันเพิ่งจะเริ่มต้น หลังจากหายนะที่เกิดขึ้นเพราะธรรมชาติจะทิ้งเหลือเพียงแค่ความเงียบงัน อีกด้าน

หนึ่งความสับสนวุ่นวายก็บังเกิดเพราะอีกหลายชีวิตกำลังพยายามอย่าง เต็มกำลังเพื่อเอาตัวรอด

มีช่วงหนึ่งเรื่องราวเหมือนจะดำเนินไปหนทางของความหวัง ลูคัส เด็กชายได้รับคำขอจากแม่ให้ไปช่วยเหลือคน

อื่นเท่าที่จะทำได้ แม้จะเป็นโอกาสหนึ่งในพันที่เขาสามารถทำสำเร็จ แต่วินาทีที่เปี่ยมด้วยความหวังที่เราเชื่อว่า

ตัวเรานั้นสามารถที่จะทำอะไร ได้ก็ถูกดับลงด้วยคำถามที่ว่าแท้จริงเราทำอะไรไม่ได้เลยหรือเปล่า

ทั้งความหวังและความสิ้นหวังเป็นภาพที่ตัดสลับกันในหนังเรื่องนี้ มันไม่ได้นำเสนอในแง่ใดแง่หนึ่งอย่างสร้าง

ภาพเกินไป เราควรจะเรียกได้ว่ามันเกิดขึ้นไปตามกลไกและความสามารถที่เราจะสามารถทำได้ ในตอนนั้น ภาพ

ของความหวาดกลัวที่เราไม่รู้ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้นอีก ภาพของความตายที่หลงเหลือเอาไว้ แต่ในความตายก็มี

ยังมีชีวิต เช่นเดียวกับชีวิตที่มีความตาย ภาพของชายชราผอมแห้งที่พยายามลากหญิงสาวผิวขาวอย่างทุลักทุเล

ทั้งที่เป็นแผล ที่ขา แต่เมื่อมองไปในแววตาสิ่งที่เรามองเห็นคือความจริงใจที่เปี่ยมล้น และที่สำคัญคือมันไม่

จำเป็นต้องบรรยายด้วยคำพูดอะไร หากเพียงแต่ภาพของแววตาของคนสองคนทีจับจ้องด้วยกันนั้นมันก็มีพลังที่

มาก เกินเหลือเชื่อ

และตัวเองนั้นก็ไม่ได้ต้องการที่จะบีบคั้นให้เรารู้สึกสิ้นหวัง และทีสำคัญมันเองก็ไม่ได้หักหาญน้ำใจของผู้ชม มัน

ไม่ทำร้ายเราด้วยการขยี้ความหวังของเราและบอกเราว่านี่คือโลกแห่งความ จริง กลับกันมันให้เรามองไปยังแสง

แห่งความหวังและให้กันไปรอบ ๆ ว่าพื้นที่ที่แสงส่องไปไม่ถึงนั้นมันมืดแค่ไหน

ต้องยอมรับว่าช่วงหลังของเรื่องนั้นอาจไม่ทรงพลังเท่าช่วงแรกที่ทำให้เรา หายใจไม่ทั่วท้อง แต่ในทางกลับกัน

มันก็ทำให้เราได้เห็นภาพหลายอย่างที่น่าสนใจรวมถึงฉากที่เรา กล่าวไปถึงข้างต้น แม้ว่าสถานการณ์นั้นจะดู

วุ่นวายไปบ้าง เพราะมันต้องการที่จะนำพาตัวละครที่แตกกระจายเข้าไว้ด้วยกัน แต่มันก็ไม่ใช่ข้อเสียที่เลวร้ายแต่

อย่างใด

หากพูดถึงฉากดี ๆ ของ The Impossible ก็คงมีมากมายนับไม่ถ้วน หากพูดอย่างไม่เป็นกลางแล้วคงสามารถพูด

ได้ว่าฉากที่ตัวละครหลักในเรื่องนั้น เจอตัวละครคนอื่นเป็นฉากที่มีความน่าสนใจ เพราะในมุมหนึ่งมันคือเรื่องราว

ที่คนแปลกหน้ามาพบกัน ร่วมมือกันโดยไม่สนใจถึงเชื้อชาติใด ๆ อีกแง่มุมหนึ่งก็คือมันเสน่ห์ของชีวิตที่น่า

หลงใหล กับเรื่องราวของคนแปลกหน้าบางคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิตของเรา ทิ้งบางสิ่งไว้ให้เรา และผ่านไปโดยที่

คงไม่มีทางได้พบกันอีก

ในความเห็นส่วนตัวฉากหนึ่งที่ผู้เขียนชื่นชอบคือฉากที่ตัวละครสองคนพบกัน อีกครั้งบนเตียงผู้ป่วย คำพูด

ประโยคแรกที่อีกฝ่ายเอ่ยออกมาคงไม่มีใครคิดหรอกว่ามันจะเป็นกำลังใจให้ อีกคนได้มากมายแค่ไหน และหาก

ไร้ซึ่งคำพูดนั้นแล้วจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง

ฉากถัดมาเองก็เป็นอะไรที่น่าสนใจ มันเกิดขึ้นหลังจากคำพูดที่ว่าให้หลับตาลงแล้วนึกถึงแต่สิ่งดี ๆ หากแต่ภาพ

ถัดมาที่เราเห็นคือภาพของตัวละครคนนั้นโดนคลื่นหนักซัดกระหน่ำทำ ให้ทุกอยางหายไปในพริบตา ร่างที่

ควบคุมไม่ได้ถูกคลื่นน้ำพัดเหวี่ยงไปทั่ว กิ่งหนามมากมายเฉือนร่างอย่างเจ็บปวด สิ่งแปลกปลอมพันรอบคอจน

เกือบเอาไม่ออก และร่างนั้นเองก็ทิ้งดิ่งลงในน้ำลึกที่ดูมืดและสิ้นหวัง หากแต่เหนือผิวน้ำนั้นคือแสงสว่างเรืองรอง

ที่ตัวละครนั้นพยายามที่จะไขว่ คว้ามันเอาไว้ ไม่ต้องอธิบายต่อเราก็รู้ว่ามันเป็นฉากที่แสดงถึงการอยู่รอดและ

ความหวังของ มนุษย์ แม้จะดูเหมือนปรุงแต่งจนเกินพอดีแต่มันก็ได้รับการเบรคเอาไว้ไม่ให้เลยเถิด จนเกินไป

ด้วยเสียงดนตรีที่ตึงเครียดและกดดันมากกว่าจะเป็นเสียงสรรเสริญแห่งความสุข

ทั้งนี้อาจจะเป็นสิ่งที่หนังต้องการจะบอก มันเชื่อมไปกับฉากสุดท้าย เหมือนมันกำลังบอกเราว่าแม้เราจะปลอดภัย

แล้ว แต่เรื่องราวต่าง ๆ ก็ยังคงดำเนินต่อไปในฉากหลังที่เรามองไม่เห็น เหล่าผู้คนที่ยังคงพลัดพราก ครอบครัวที่

สูญเสีย เหล่าผู้คนที่กำลังค้นหา เพราะฉะนั้นมันจึงไม่ได้เป็นการปลอบประโลมหรือสร้างความหวังให้แก่เราจะไร้

สติ กลับกันมันย้ำลึกความรู้สึกที่ไม่สามารถอธิบายได้ในใจเราเอาไว้อีกครั้ง

ดูหนังฟรี

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *