บ้านรองรับวีลแชร์ ไม่มีบันได ขึ้นลงได้สะดวกทุกชั้น

บ้านสำหรับผู้พิการ

บ้านสำหรับผู้พิการ

บ้านสำหรับผู้พิการ บ้าน หลาย ชั้น ตามเดิม พวกเรา จะมี บันได สำหรับในการเชื่อมต่อ การเดินทางขึ้น -ลง แม้

กระนั้น ถ้าหากในบ้าน ที่ จำเป็นต้องใช้รถเข็นจะทำเช่นไร คำตอบ ก็ อาจ เป็นการ อยู่ แต่ว่า ด้านล่าง สุด ด้วย

เหตุว่า องค์ประกอบ บ้าน ที่ ทำ มา แล้ว ปรับปรุงแก่ไข มิได้ ชีวิต จำเป็นต้อง อยู่แต่ว่า ที่เดิมๆ ส่งผลให้เดิน

ทางไประหว่างห้อง การเข้า สุขา แล้วก็การเกื้อกูลตนเอง ทำเป็น ยากขึ้นไป อีก โดยหลักการใช้ ชีวิต แล้ว ถ้า

ไปไต่ถาม ผู้ ทุพพลภาพ ที่ จำต้อง ใช้รถเข็น ไม่มีผู้ใด ที่ ต้องการให้ ผู้อื่นรอ ดูแลตลอดระยะเวลา รวมทั้ง พวก

เขา ยัง ปรารถนา ช่วยเหลือตัวเองให้ได้มาก ที่สุด เพื่อสร้างความภาคภูมิ และก็ เห็นค่า ใน ตนเองกระนั้น

หากว่า ในบ้าน นั้น จะไม่มี ผู้ทุพพลภาพ แม้กระนั้น การออกแบบ บ้าน แบบ Universal Design หรือ การออก

แบบ โดย คิดถึงสมาชิกทุกท่าน ทุกเพศ แล้วก็ทุกวัยตระเตรียม ไว้ ก่อน ให้พร้อมรองรับ การใช้แรงงาน ทุก

เหตุการณ์ ตั้งแต่ ผู้ที่ สามารถ ช่วยเหลือตัวเองได้ ไป จนกระทั่งผู้ทุพพลภาพ คนสูงอายุ ที่ จำต้องใช้รถเข็น ก็

ดีแล้ว ไม่ใช่น้อย เลย ครับผม

โลตัสเฮาส์หรือบ้านดอกบัว เป็นอพาร์ตเมนต์แบบดูเพล็กซ์ในเมืองเว้ ประเทศเวียดนาม สร้างขึ้นบนพื้นที่ 12.6

ม. x 20 ม. มีสมาชิกในครอบครัว 3 คนที่อาศัยอยู่ในบ้านหลังนี้ คือ พ่ออายุ 90 ปี มีอาการสมองลีบนานกว่า 10

ปี ซึ่งเป็นผู้ป่วยติดเตียงไม่มีความสามารถ  มารดาอายุเกือบ 90 ปีที่มีปัญหาสุขภาพไม่ดี และ Miss Lien

เจ้าของบ้านผู้เป็นลูกสาว ซึ่งมีอายุเกิน 60 ปี แล้ว เธอเป็นผู้หารายได้หลักด้วยการทำงานเป็นครูสอนภาษาญี่ปุ่น

แต่ก็มีปัญหาในการดูแลตัวเองเนื่องจากความทุพพลภาพ ทำให้รถเข็นตั้งแต่วัยเด็ก ดังนั้นเมื่อตัดสินใจสร้างบ้าน

จึงต้องออกแบบฟังก์ชันอำนวยความสะดวกให้ใช้ชีวิตได้ง่ายที่สุด

สำหรับผู้ทุพพลภาพที่ใช้เก้าอี้รถเข็น ไม่ว่าจะเป็นคนประเทศไหน ๆ การเปิดพื้นที่ให้พวกเขาได้มีโอกาส

ปฏิสัมพันธ์แบบสองทาง ได้บอกความต้องการ และช่วยเหลือตัวเองมากกว่าการร้องขอหรือได้รับความเห็นใจ

จะสร้างทัศนคติของสังคมต่อผู้พิการใหม่ ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อจิตใจและคุณภาพชีวิตของเขาเอง นั่นเป็น

เพราะคนภายนอกมักจะมองว่าผู้พิการ “ผิดปกติ” และน่าสงสาร นำไปสู่ความคิดเชิงลบของคนพิการที่รู้สึกว่าตัว

เองเป็นภาระ ทำให้ส่วนหนึ่งกลายเป็นคนแยกตัวจากสังคม บ้านหลังนี้จึงออกแบบด้วยการขจัดความคิดนั้นให้

เป็นบ้านที่เจ้าของทำอะไรได้เหมือนผู้คน “ปกติ”ทั่วไป เหมือนดอกบัวที่แม้จะอยู่ในบ่อโคลน แต่ยังคงเบ่งบาน

ด้วยความงามและส่งกลิ่นหอมด้วยตัวเอง

ภาพโมเดลบ้าน แสดงให้เห็นว่ารอบบ้านไม่มีบันได แต่มีการติดตั้งระบบทางลาดสำหรับผู้พิการจากประตูหน้าถึง

ชั้นหนึ่ง มีจุดเปลี่ยนระดับเล็กน้อยและต่อจากจุดนั้นไปยังชั้นที่สอง วิธีนี้จะทำให้ทางไม่ชันเกินไปและเป็น

อันตรายขณะเคลื่อนรถเข็นขึ้น-ลง และยังทำให้นักเรียนที่มาเรียนเดินขึ้นง่าย ๆ ไม่เหนื่อย หลายส่วนของทาง

ลาดนี้จะวิ่งผ่านสวนก่อนจะเข้าไปข้างในและชั้นบน Miss Lien จะแวะดูแลสวนและกิจกรรมอื่นๆ ในทุกมุมของ

บ้านได้ด้วยตัวเธอเอง กิจกรรมทั้งหมดในบ้านจึงดำเนินไปอย่างราบรื่น

สำหรับห้องครัวและไอสแลนด์ออกแบบเคาน์เตอร์เป็นพิเศษ ให้สามารถใช้งานได้สะดวกที่สุด โดยเคาน์เตอร์จะ

มีช่องที่ลึกพอดีสำหรับให้วีลแชร์แทรกเข้าไป และหมุนรถเข็นได้ 360 องศาโดยไม่ชนกับสิ่งกีดขวาง ความสูง

อยู่ในระดับที่วางแขนบนโต๊ะ ประกอบอาหารบนเตา และล้างจาน หยิบจับข้าวของสำหรับการปรุงอาหาร ใช้ชีวิต

ประจำวันได้เอง

เนื่องจากที่ตั้งทางภูมิศาสตของเมืองเว้ค่อนข้างพิเศษ คือ อุณหภูมิสูงมากในฤดูร้อนและมีฝนทำให้เย็นจัด

ยาวนานในฤดูหนาว สถาปนิกจึงติดตั้ง Facde ล้อมรอบทางทิศตะวันตกและทิศใต้ของบ้านเพื่อกรองแสง เสริม

ด้วยเขตกันชนที่เป็นการผสมผสานระหว่างพุ่มไม้เตี้ยๆ ช่วยกรองอากาศ ดูดซับความร้อนจากภายนอก และแนว

ต้นไม้สูง ต้นไม้สูงปานกลางใช้บังแสง ทั้งหมดนี้รวมกันเป็นสวนหลายชั้นที่มีความสูงและความลึกต่างกัน ที่เข้า

มาปัญหาเรื่องความร้อน ลม และลดเสียงรบกวนจากภายนอกลง นอกจากนี้ผนังกระจกยังช่วยรับแสงให้บ้าน

อบอุ่นขึ้นในฤดูหนาว

จากห้องครัวจะเป็นมุมนั่งเล่นที่ซึมซับวิวสวนได้สบาย ๆ ถัดไปกระจกบานสไลด์เปิดได้กว้างต่อเชื่อมกับ

ห้องเรียนภาษาที่อยู่ถัดลึกเข้าไป ซึ่ง Miss Lien เปิดชั้นเรียนทุกวัน

ทางลาดวนรอบบ้านที่พาเจ้าของบ้านขึ้นลงได้สบาย ใช้รถเข็นคู่ใจเข้าออกได้ทุกจุดโดยไม่ต้องมีคนช่วยดูแล

เป็นความกล้าหาญที่มีมากจนยืนอยู่เหนือความยากลำบากในการใช้ชีวิตได้อย่างสวยงาม เธอสามารถกิจกรรม

ทั้งหมดในชีวิตของตนเองอย่างแข็งขันและเป็นอิสระ แสดงให้เห็นว่าแม้จะเป็นผู้พิการแต่ก็คู่ควรกับความเสมอ

ภาคทางสังคม สิทธิในการอยู่รอด และสนุกกับชีวิตเหมือนคนอื่นๆ

เหล็กดัดรูปดอกบัวที่มีบริเวณ facade และ skylight ใช้ปกป้องบ้านเพิ่มความปลอดภัย ช่วยกั้นกรองแสง และ

ยังเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้บ้านด้วย เมื่อแสงแดดเดินทางผ่านต้นไม้สีเขียวบนระเบียงและเหล็กดัดเหล่านี้จะ

สร้างเอฟเฟกต์เงาบนผนังและพื้นได้อย่างน่าสนใจ ภาพที่สดใสเหล่านี้จะเปลี่ยนไปเรื่อย ๆ ในระหว่างวันตามมุม

ของแสง สำหรับชาวเวียดนามนั้นจะถือว่าดอกไม้ชนิดนี้เป็นสัญลักษณ์ของความกล้าหาญ ความภาคภูมิใจ และ

ความมุ่งมั่นในการเอาชนะความยากลำบาก ในภาษาเวียดนามดอกบัวออกเสียงว่า Lien เป็นชื่อเจ้าของบ้าน

และยังเป็นสิ่งแสดงถึงลักษณะเฉพาะของเธออีกด้วย

ออกแบบบ้าน: หลักการออกแบบทางลาดในงานสถาปัตยกรรมสำหรับผู้สูงอายุและผู้พิการนั้น โดยทั่วไปมีข้อกำหนดหลัก ๆ เช่น ภายนอกอาคารจะเหมาะสมกับการมีทางลาดมากกว่าภายในอาคาร เนื่องจากทางลาดจะใช้พื้นที่มาก ควรมีพื้นที่บริเวณหน้าทางลาดเป็นที่ว่างยาว เมื่อวัดจากด้านหน้าทางลาดมีระยะไม่น้อยกว่า 1.5 เมตร ทางลาดเอียงบริเวณทางเข้าบ้าน ควรมีความกว้างไม่ต่ำกว่า 90 ซม. (หากกว้างมากเกินไป อาจจะทําให้รถเข็นพลิกคว่ำได้) และอัตราส่วนความชัน 1:12 ควรมีขอบรวมถึงราวจับ ทำให้สะดวกและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น ความยาวทางลาดแต่ละช่วงยาวไม่เกิน 6 เมตร และควรมีการก่อสร้างให้มีความคงทน แข็งแรง สามารถรับน้ำหนักได้อย่างน้อย 300 กิโลกรัม

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *